The season between us – Wiwat Lertwiwatwongsa

Pederasty, the sexual love of an adult for a child, is a sensitive, controversial topic seldom tackled by writers. It takes courage to do so and talent to bring it off. In his exploration of the margins of sexuality, Wiwat Lertwiwatwongsa handles the theme with laudable restraint and empathy in a language unmistakably his own. MB

ฤดูกาลระหว่างเรา

The season between us

 
girl silhouette girl silhouette  

วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา

Wiwat Lertwiwatwongsa

 
    TRANSLATOR’S KITCHEN
  Dedicated to Yasujiro Ozu
and Yasunari Kawabata
 
ตอนที่คุณกับเธอพบกันครั้งแรก เธอเกาะขาแม่ของเธอแน่นและไม่ยอมสบตาคุณที่นั่งยองๆคุยกับเธอ เก็บซ่อนอาการหื่นอยากไว้ในส่วนที่ลึกที่สุด นั่นเป็นปลายฤดูร้อนเกือบยี่สิบปีที่แล้ว When you and she met for the first time, she was clutching hard her mother’s dress and refusing to meet your eyes as you crouched talking to her and hiding your craving for her in the deepest recess. That was at the end of the hot season almost twenty years ago.  
คุณรับเอาโนรีแม่ของเธอมาเป็นลูกจ้างเพราะเธอ แต่คุณไม่ได้บอกเรื่องนี้กับโนรี แม้จนคุณตัดสินใจแต่งงานกับโนรี หรือแม้แต่ตอนที่โนรีจากคุณไปพร้อมกับเธอ ตอนที่โนรีค่อยๆกลายเป็นบ้าหรือหลังจากนั้นอีกหลายต่อหลายปีเมื่อโนรีตายลง You took Nori, her mother, as an employee because of her but you didn’t tell Nori this, even when you decided to marry Nori or even when Nori left you taking her away, or when Nori slowly became mad or many years later when Nori died.  
การจบสิ้นของฤดูร้อนเป็นไปอย่างงดงามราวการเต้นรำของความตาย ดอกหางนกยูงสีแดงส้มปลิดขั้วร่วงหล่นเต็มพื้นลาน สายฝนชะความโสมมลงจากหลังคาบ้านมากองรวมอยู่ที่ลานปูน เด็กหญิงเติบโตเป็นสาวทีละน้อย และความขมขื่นถูกฝังกลบลงในบ่อลึกวันแล้ววันเล่า The end of the hot season went by with the beauty of a dance of death. The red-orange flowers of the flames-of-the-forest parted and fell carpeting the lawn. The rain washed the house roof clean and the dirt layered the cement ground. The girl gradually grew up into a young woman and rape lay buried in a deep well day after day.  
คุณได้รับมรดกตกทอดจากบิดาเป็นร้านหนังสือเล็กๆในตัวอำเภอเล็กๆห่างไกล หลังจากบิดาของคุณตายลงอย่างกระทันหันด้วยอาการหลอดเลือดอุดตัน ร้านนี้ก็ตกเป็นของคุณ กล่าวให้ถูกต้องคุณเลื่อนขั้นจากเด็กขายหนังสือมาเป็นเจ้าของร้าน ด้วยอาการนั้นเองคุณจึงได้พบกับเธอและมารดาของเธอ You inherited from your father a small bookshop in a little provincial town. After your father was struck down by a heart attack, this shop became yours or, to put the record straight, your status shifted from being a book-selling child to shop owner, and it was because of that that you met her and her mother. ห่างไกล = distant – distant from what? Sign of provincialism from the author. Better left untranslated.
โนรีอายุยังไม่เต็มยี่สิบในตอนนั้น สาวสะพรั่งอย่างชวนให้เจ็บปวดรวดร้าว เมื่อได้รู้ว่าห้าปีก่อนเธอถูกให้ออกจากโรงเรียนหลังจากตั้งท้อง บุตรสาวใจแตกของบิดาชาวสวนและมารดาแม่ค้าผัก ว่ากันว่าแม่ของเธอเป็นบุตรสาวคนแรกที่รอดพ้นจากอาการกลายเป็นบ้าของเด็กสาวทุกคนในสายตระกูล กระนั้นก็ตาม พวกคนอื่นๆก็ยังมองแม่ของเธอในฐานะผู้หญิงที่เพียงแต่ยังไม่ได้เป็นบ้าและรอเวลาที่จะเป็นเช่นนั้นอยู่เงียบๆ นานหลายสิบปีจนแม่ขอเธอแต่งงานและมีลูกคือเธอ จนเมื่อเธออุ้มท้องลูกสาวไว้โดยไม่มีใครรู้และถูกให้ออกจากโรงเรียนนั่นเอง มารดาของเธอจึงค่อยๆเป็นบ้าไปตามคำทำนาย ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับสายโลหิตจริงหรือไม่ หรือเป็นเพราะเธอนั่นแหละที่ทำให้แม่เธอกลายเป็นบ้า ไม่มีใครสำนึกเสียใจ หลังคลอดลูกเธอยังคงตระเวนไปกับเด็กหนุ่มๆ ห่างไกลจากภาพของบุตรีแห่งความบ้าคลั่งหลายล้านปีแสง ผิดกับมารดาของเธอซึ่งซูบซีดร่วงโรย ราวกับภายในของนางค่อยๆเปื่อยยุ่ย เลือดเนื้อตับไตไส้พุงค่อยๆกลายเป็นเยื่อเหลว ระเหยหายเชื่องช้า ไขกระดูกปลิดปลิวในสายลม ไม่ถึงสามปีนางผ่ายผอมเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ตายไปราวกับสายลมหอบเอาร่างนางที่กลายเป็นผุยผงล่องลอยไป ทิ้งไว้เพียงรอยเลือดเน่ากรังจากแผลกดทับของการนอนอยู่กับที่ยาวนานเกินไป ว่ากันว่ามีเสียงฉีกขาดของเนื้อที่เชื่อมติดกับเสื่อเมื่อยกซากร่างเบาหวิวของนางขึ้น Nori wasn’t even twenty then, a budding woman that invited pain when you learned that five years earlier she had had to leave school because she was pregnant, the spoilt daughter of an orchard owner and his vegetable-selling wife. It was said that her mother was the first to escape from the fate of madness of all the girls in the family line. For all that, everyone else still looked at her mother as a woman who wasn’t mad yet and quietly waited for the time when she would be like that for dozens of years until her mother got married and gave birth to her. And when she was secretly pregnant with that very daughter and was expelled from school, her mother slowly went mad as expected. Whether it had to do with blood ties or not or whether it was because of her that her mother became mad, nobody felt sorry. After she gave birth she still went out with young men, millions of light years away from the image of a daughter of stark madness, unlike her mother who was haggard, wan and worn-out as if she was rotten inside, her flesh and organs slowly liquefying and evaporating, marrow evaporating in the wind. In less than three years she was so gaunt only skin covered her bones, she died as if a gust of wind had whisked away her body which was nothing but floating dust, leaving behind but crusty traces of putrid blood from bedsores. It was said that when her ultralight body was lifted off the bed there was a sound of tearing of the flesh stuck to the mat.  
เด็กหญิงเติบโตภายใต้การพิทักษ์ของคุณตา ผู้ซึ่งถูกรถชนตายไปอย่างเงียบเชียบปลายฤดูหนาวที่แล้ว จนเมื่อถึงตอนนั้นนี่เอง ที่โนรีเพิ่งตระหนักตื่นจากความฝันแสนหวานของเยาว์วัยและหันมองใบหน้าธิดาของตนเอง The young girl grew up under the protection of her maternal grandfather, who was run over by a car and died quietly at the end of the last cold season, and it was then that Nori finally woke up from the sweet dream of youth and turned round to look at her own daughter’s face.  
ทุกครั้งที่คุณวางศีรษะลงบนหน้าท้องของโนรี คุณจะคิดถึงอีกเรือนกายหนึ่ง ท้องที่อ่อนยวบนุ่มนวลเหมือนผิวของเด็กๆ คุณชอบที่จะได้ลูบไล้หน้าท้องของโนรี ควานหาครรภ์ที่เธอถือกำเนิดออกมา คุณคิดถึงเรือนร่างซึ่งย่อส่วนสรรพสิ่งของความเป็นผู้ใหญ่เอาไว้ หน้าอกที่เป็นเหมือนกับเด็กเพศชาย เรือนร่างที่ไร้ขน นุ่มนิ่ม ยืดหยุ่น อบอุ่น ป้อมสั้น สิ่งที่ถูกวางภาพในฐานะของความบริสุทธิ์ที่คุณฝันจะเป็นส่วนหนึ่งของมัน หน้าท้องของโนรีทำให้ภายในของคุณเร่าร้อนชูชัน คุณร่วมรักกับโนรีอย่างรุนแรง เริ่มจากอาการของการกึ่งการข่มขืนกึ่งการสมยอมจนเลื่อนไหลไปสู่อาการของการเลยตามเลยและพึงพอใจตามลำดับ จนในที่สุดโนรีย้ายเข้ามาอยู่กับคุณบนชั้นสองของร้านหนังสือ ย้ายมาพร้อมกับเธอและข้าวของไม่กี่ชิ้น ตอนนี้คุณร่วมรักกับโนรี เฝ้าฝันว่าได้กอดรัดกับต้นแบบ แม่พิมพ์ จุดเริ่มต้นในการมายังโลกนี้ของเธอ Every time you placed your head on Nori’s belly, you thought of another body, a belly with the supple softness of a child’s skin. You liked to caress Nori’s belly, grope for the womb that gave birth. You thought of a body which was in everything the scale model of an adult’s, a chest flat as a boy’s, a hairless body, soft, pliant, warm, plump, something pictured in a state of purity of which you dreamt of being a part. Nori’s belly made you torrid and aroused inside. You made violent love with Nori, starting with semi-consensual rape and then letting things take their course to gradual satisfaction, until finally Nori moved in with you on the second floor of the bookshop, moved in together with her and only a few possessions. Now you made love with Nori, dreaming you were hugging the matrix, the mould, the origin of the world for her.  
การจบสิ้นของฤดูร้อนเริ่มต้นเงียบๆ โนรีเริ่มทำงานวันแรกในวันฝนตก หลังขี่มอเตอร์ไซคล์ไปส่งลูกสาวที่เนอรส์เซอรี่ คุณแปลกใจที่เธอไม่เอาเด็กมาด้วย กล่าวให้ถูกต้อง เรียกได้ว่าผิดหวัง แต่คุณก็ไม่เอ่ยปาก บรรยากาศในร้านเป็นไปอย่างเงียบเชียบ หนังสือซึมเอาละอองฝนเข้าไปจนอืดบวมน้อยๆ โนรีแทบไม่พูดกับคุณ คุณก็ไม่ได้พูดกับเธอ รอคอยเวลาเลิกเรียนเงียบเชียบ The end of the hot season began quietly. It was raining when Nori started work the first day after taking her daughter to the nursery on motorcycle. You were surprised that she didn’t take the child with her. To set the record straight, you were disappointed but you didn’t say anything. The atmosphere in the bookshop was one of quiet, the books absorbed particles of rain to the point of swelling a little. Nori hardly talked to you at all, you didn’t talk to her, waited for the end of the school day quietly.  
โดดเดี่ยวชั่วชีวิต คุณมีความรักแต่ความรักคือคำสาปและการโดดเดี่ยวชั่วชีวิต คุณกดข่มความรักใดๆไว้ภายในร่างอันทุกข์ระทมในทุกโมงยาม เวลาที่คุณขายหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นให้กับเด็กๆ เวลาที่คุณสัมผัสใกล้ชิดกับพวกเขา รอยยิ้มเป็นมิตรของคุณน้าใจดีเป็นฉากหน้าเศร้าสร้อยที่คลี่ลงคลุมทับความทุกข์ ความหิวกระหาย ปรารถนาต้องห้ามที่ไม่อาจเติมเต็ม   ชูชันอย่างเศร้าสร้อยต่อหน้าชุดนักเรียนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ Alone all your life, you have love but love is a curse of lifelong loneliness. You press down any love within your permanently grieving body, when you sell Japanese cartoons to children, when you come into contact with them, the friendly smile of the kindly uncle is the melancholy veil that covers your sorrow, your craving, the forbidden wish that can’t be fulfilled, aroused discon- solate in front of a bunch of pupils who haven’t a clue.  
หลังจากฝึกฝนตัวเองอย่างยาวนานและทุกข์ทรมาน คุณซ่อนตัวมิดชิดในบ่อลึก เจ้าของร้านหนังสือที่น่ารักเป็นมิตร และเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเล็กๆที่มีดวงตาเป็นจำนวนมาก มีหูเป็นจำนวนมาก เมืองที่เสียงกระซิบลอยอยู่ในสายลม วันแล้ววันเล่า คุณฝึกฝนตัวเองให้ค่อยๆกลายเป็นน้ำแข็งเชื่องช้า พอถึงจุดหนึ่งคุณก็ค้นพบว่าไม่ใช่คุณหรอกที่ถูกสูบเลือดออกไปจนหมดตัว จนเยือกเย็นเหมือนก้อนน้ำแข็ง ไอ้พวกที่มีหัวใจอบอุ่นต่างหากที่ตอแหล การค้นพบนี้ทำให้คุณทุกข์เศร้ากว่าเดิม เพราะคุณพบว่าคุณไม่อาจเลิกโบยตีตัวเองแม้จะไม่มีความผิดได้ After training yourself over time in great distress, you hid yourself thoroughly in a deep well, the adorable and friendly bookshop owner who is a part of this small town of very many eyes, of very many ears, a town where the wind carries whispers. Day after day you slowly trained yourself to turn into a block of ice. At one point you found out that it wasn’t you who had been sucked out of all blood so that you felt cold like a block of ice. It was those with warm hearts that told lies. That discovery made you sadder than before because you found that you couldn’t stop blaming yourself even though it wasn’t your fault.  
คุณไม่เคยมีคนรัก หนุ่มโสดหน้าซื่อ ครึ่งหนึ่งของคนรู้จักเข้าใจว่าคุณเป็นตุ๊ด แต่คนที่รู้จักคุณดีคิดว่าคุณเป็นแค่ชายหนุ่มซีดเศร้าบ้างานที่ถ้าหากได้รักใครสักคนคงจะมีความสุข แต่ทั้งหมดล้วนตกตะลึง ไม่ก็ไม่เห็นด้วย ไม่เข้าใจ หรืออาจจะต่อต้านเล็กน้อยเมื่อคุณตัดสินใจแต่งงานกับโนรี ลูกจ้างในร้านที่เพิ่งมาทำงานได้สามเดือน แม่หม้ายลูกติดที่ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อ ต้นแบบเด็กใจแตกของเมืองเล็กๆ You’d never had a lover. A young bachelor with an honest face, half of those who knew you understood you were gay but those who knew you well thought you were just a young, sad, sallow workaholic who if he loved some- one would be happy, but they were all taken aback, or else disapproved, didn’t understand or were even slightly critical, when you decided to marry Nori, the employee in the bookshop who’d only been working for three months, a widow with child no one knew who the father was, a prime example of a spoilt brat in a small town.  
ครั้งแรกของคุณกับโนรีเกิดขึ้นในยามบ่ายของวันที่ฝนเทกระหน่ำ เธอหลับอยู่ชั้นบน คุณอนุญาติให้โนรีพาเธอมาที่ร้านได้ หลังจากเล่นจนเหนื่อยอ่อน เธอก็ม่อยหลับไป สวมเสื้อชุดกระโปรงติดกันสีขาวลายจุดสีแดง เด็กน้อยตะแคงกอดหมอนข้าง ชายกระโปรงพะเยิบไหวตามแรงของพัดลม เปิดเผยช่วงขาสูงลึกไปถึงกางเกงชั้นในลายการ์ตูน คุณทุกข์เศร้าขื่นขม ความหื่นอยากคลานขึ้นมากระทุ้งฝาบ่อที่คุณคิดว่าปิดไว้แน่นหนา มือข้างหนึ่งของคุณค้างคาแข็งเกร็ง ลูบไล้อากาศเหนือต้นขาของเธอก่อนจะกำแน่น วางมือลงบนหน้าผากของเด็กน้อย ลูบหัวเธอแผ่วเบา The first time for you and Nori hap- pened on the afternoon of a day when rain fell in buckets. Her daughter was sleeping upstairs. You had allowed Nori to take her to the shop. After playing until she was tired, she drifted into sleep. She wore a skirt white with red dots. The little child lay on her side a leg over the pillow she hugged. The hem of her skirt flapped from the strength of the fan, revealing the top of her legs up to the cartoon-printed pants. You felt bitterly tormented. Craving crept onto the lid of the well you thought was closed tight. One of your hands was left to hang frozen, stroking the air above her thighs before turning into a fist and then coming down onto the forehead of the little girl and stroking her head lightly.  
ด้วยฝนที่เทลงมา ด้วยความปรารถนาอันหม่นหมอง และด้วยความกล้าได้กล้าเสียของโนรี คุณเบียดร่างกับเธอระหว่างชั้นหนังสือ จักรวาลในลมพายุป่วนปั่น หนังสือลอยละล่องโบกบิน คุณจูบ เธอจูบตอบ คุณดันร่างของเธอเข้าไปหลังร้าน ร่วมรักกันในห้องสต๊อกหนังสือ สามเดือนต่อมา คุณประกาศจะแต่งงานกับโนรีที่ย้ายเข้ามาในห้องชั้นสองของร้าน เพียงไม่นานนักคุณกลายเป็นสองผัวเมียขยันขันแข็ง มีลูกสาวเล็กน่ารัก ที่คุณเป็นคนขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งเธอที่โรงเรียนทุกวัน ร่างเล็กๆโอบกอดเอวของคุณแน่นหนา หน้าอกแบนราบเบียดชิดแผ่นหลัง ความรู้สึกอุ่นซ่านน้อยๆที่แผ่จางๆไปในระยะทางห้ากิโลเมตรจากบ้านถึงโรงเรียน วันละสองครั้งเช้าเย็น เธออยอมรับคุณในฐานะบิดา มอบความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งจะโบยตีคุณต่อเนื่องยาวนาน อาจจะชั่วชีวิต คู่รักแสนรันทดของรักที่ไม่มีทางจะสมหวัง ไม่แม้แต่ว่าความไม่สมหวังจะทำให้มันเรื่อเรืองเป็นเรื่องโรแมนติก With the rain falling, with those dismal wishes and with Nori’s willingness to take risks, your body jostled with hers between the bookshelves, a universe of stormy winds, books floated and flew about, you kissed, she kissed back, you pushed her body inside the rear of the shop, made love in the room where you stocked books. Three months later, you announced you were going to marry Nori who had moved into the second- floor room of the shop. Before long you were hardworking husband and wife with a lovely little daughter you hoisted onto your motorcycle to take to school every day, the little body hugging your waist tightly, her chest flat against your back. A light feeling of warmth perme- ated faintly throughout the five kilo- metres between house and school, twice a day, morning and late afternoon. She accepted you as her father, gave you all of her trust which would flail you constantly for long, maybe all of your life, the all-too-sad partner of a love that could never be consumed, even though such lack of consumption gave it a romantic aura.  
เป็นไปตามที่ใครต่อใครคาดหมาย โนรีไปจากคุณในเวลาไม่นานนัก สองปีครึ่งหลังจากพวกคุณแต่งงานกัน สองปีครึ่งอันแสนสุขสงบ สองปีครึ่งที่คุณคิดยืนอยู่บนขอบผาของความมั่นคงในฐานะครอบครัว และความรักซ่อนเร้นของคุณกับเด็กหญิงอายุห้าขวบ As everyone expected, it wasn’t long before Nori left you. Two and a half years after you two got married, two and a half years of utter peaceful happiness, two and a half years you thought you stood on the very grounds of stability as a family and with your concealed love for the five-year-old girl.  
ครบรอบวันเกิดปีที่แปดของเธอ โนรีไปจากคุณ เรื่องราวเรียบง่ายว่าเธอพบกับเด็กหนุ่มคนใหม่ซึ่งวนเวียนมาซื้อหนังสือทุกวัน วันแล้ววันเล่า วันหนึ่งทั้งคู่ก็หนีไปด้วยกัน และคุณไม่อาจทนรับได้ คุณไม่สนใจหรอกว่าโนรีไปไหนไปกับใคร หรือนอนหงายจะอ้าขารับใครเข้ามาถ้าโนรีไม่เอาเธอไปด้วย On her eighth birthday, Nori left you. It simply turned out that she had met a new young man who came and bought books every day, day after day. One day the two of them left together and you couldn’t accept it. You wouldn’t have cared where Nori had gone with whom or lain with her back legs open to whomever had Nori not taken her with her.  
คุณไปตามโนรี ไปอย่างคนสิ้นหวังที่ไขว่คว้าอากาศจากฟางเส้นสุดท้าย โนรีไปจากเมือง คุณปิดร้านหนังสือนั่งรถทัวร์ตามหาเธอ สามีที่ถูกทรยศหักหลังยังคงพร้อมจะให้อภัยภรรยาทุกอย่าง คุณตามไปจนพบเธอ อ้อนวอนขอให้เธอกลับมาหาคุณมาอยู่กับคุณ และเรื่องมันง่ายเข้าเมื่อเด็กหนุ่มที่เธอหนีตามมันมา พยายามจะข่มขืนเธอ คุณโกรธจัดเมื่อรู้เรื่อง   ยืนอยู่ในฐานะของสามีและพ่อที่ถูกทำร้าย คุณตามหามันจนพบและต่อยตีกับมันอย่างเอาเป็นเอาตาย ใบหน้าของคุณยับเยินไม่มีชิ้นดี โนรีพยาบาลคุณวันแล้ววันเล่า เด็กหญิงตัวเล็กนอนหลับข้างเตียงอนาถาในโรงพยาบาลคุณลูบหัวเธอ สงบอบอุ่นจนพร้อมที่จะตาย You went after Nori, went as someone hopeless who grapples at the air for the last straw. Nori had left town. You closed down the bookshop, took a coach to go in search of her, a betrayed husband still ready to forgive his wife everything, you went after her until you found her, beseeched her to come back to you, to live with you, and things became easy when the young man she had fled with tried to rape her daughter. You were very angry when you learnt about it, stood as a husband and father that has been wronged. You went after him, found him and grappled with him with all you’d got. Your face turned into pulp. Nori nursed you day in day out. The little girl slept by your destitute bed in the hospital, you stroked her head, safe and warm and ready to die.

===

=

=

=

=

=

เธอ (she/her) in this story always refers to the daughter. In English, it is at times necessary, as here, to specify ‘the daughter’.

โนรีรู้ว่าคุณไม่รักหล่อน คุณร่วมรักกับเธอทุกคืนแต่คุณไม่รักหล่อน คุณเยือกเย็นทุกข์เศร้า คุณรักสิ่งอื่นซึ่งหล่อนไม่รู้ว่าอะไร ความรักกัดกินหล่อนจากข้างใน หล่อนติดค้างคุณครั้งแล้วครั้งเล่า ได้รับความช่วยเหลือจากคุณครั้งแล้วครั้งเล่า แต่หล่อนไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ได้รับความรัก ราวดอกไม้ร่านสายฝน หรือนกร่านลม ร้อนทุรนอยู่ในร้านหนังสือสงบเงียบซึ่งกลายเป็นจักรวาลของการกดข่มความปรารถนา เธอเรียนรู้อย่างช้าๆว่าที่คุณรัก ที่คุณตกหลุมรัก ไม่ใช่หล่อน แต่เป็นลูกสาวตัวน้อยของหล่อนต่างหาก โนรีเริ่มทุบตีเด็กหญิง เริ่มจากรอยหยิกเขียวๆที่แขนขวา โนรีถลำลึกลงไปในความรู้สึกนั้น ความรู้สึกของแม่ที่ทุกข์เศร้าเพราะลูกสาวมีแต่ความเจ็บปวดป่วยไข้ เมื่อคุณให้ไม่ได้ หล่อนก็เรียกหาเอาจากคนอื่นๆ ความรักสงสารเอาใจแก่แม่ผู้ซีดเซียว คุณไม่รู้เรื่องนี้ในทีแรก ก่อนจะค่อยๆสังเกตว่าร่องรอยบนเรือนร่างของเธอมาจากภรรยาของคุณ คนที่ค่อยๆโบยตีตัวเองจากการทำร้ายลูกในไส้ บ่ายวันนั้นคุณเห็นกับตาว่าโนรีหยิกเด็กหญิงที่ขา หลังจาคุณขลุกอยู่กับเธอ นอนดูรายการการ์ตูนตลอดครึ่งเช้าวันเสาร์โดยไม่ออกจากห้องมากินข้าว เด็กหญิงตัวน้อยหลับอยู่บนอก หัวใจของคุณเต้นแรง บางสิ่งแข็งเกร็งอยู่เบื้องล่าง เด็กหญิงหลับไปกับอก หลับแบบที่เด็กหญิงคนหนึ่งจะหลับเมื่อเธอแน่ใจว่านี่คือสถานที่ปลอดภัย คุณดุโนรีที่ทำให้เธอตื่น เหตการณ์ลุกลามราวกับขอบเขตของผื่นผิวหนังที่แผ่ลาม เซลล์อักเสบบวมเป่งปริแตก หนองสกปรกปรี่ไหล เธอเก็บความเคียดแค้นไว้ในใจ เมื่อคุณลุกไปอาบน้ำ แล้วกลับมาเอาผ้าเช็ดตัว คุณก็ได้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น Nori knew you didn’t love her. You made love with her every night but you didn’t love her. You were standoffish and sorrowful. You loved something else and she didn’t know what it was. Love gnawed at her from the inside. She was your debtor time and time again, she was getting help from you time and time again, but she was unable to live her life without receiving love, like a flower flirting with the rain or a bird with the wind, at sixes and sevens in a quiet bookshop which had become a universe of repressed desires. She learned slowly that what you loved, what you had fallen in love with, wasn’t her but her little daughter. Nori began to beat the little girl, began with dark blue pinch-marks on the right arm. Nori became deeply involved in that feeling, the feeling of a mother who’s tormented because her daughter is always ailing. What you didn’t give her she searched from others, love, pity, concern for her wan mother. You weren’t aware of this at first until you came to realise that the marks on her body came from your wife, she who flailed herself for harming her very child. That afternoon you saw with your own eyes Nori pinch her leg after you had been busy with her, lay down looking at cartoons for half of the morning that Saturday without coming out of the room to eat. The little girl was asleep on your chest, your heart beat hard, something had grown hard down below, the little girl slept on your chest, slept as a girl sleeps when she’s sure she’s in a safe place. You looked at Nori who woke her up. The event spread like the limits of a skin that spreads, the infected cells blowing and breaking, dirty pus oozing out. She kept her spirit of revenge in her heart. When you got up to go and take a shower and then came back to take a towel, you saw what had happened.  
ลุกไหม้ ร่างกายของคุณลุกไหม้จากความเคียดแค้น ร่างกายของโนรีก็ลุกไหม้ หล่อนตะโกนด่าคุณว่าไอ้โรคจิต คุณด่าหล่อนว่าอีบ้า กากบาทลงกลางศีรษะ ทิ่มแทงลงในบาดแผลที่ลึกที่สุดของหล่อน โนรีกรีดร้องทุบตีคุณ สติขาดผึงดังเช่นแม่ของหล่อน แม่ของแม่ของหล่อน แม่ของแม่ของแม่ของหล่อน ตระกูลที่ถูกความบ้าเข้าครอบครองแล้วเขียนประวัติศาสตร์ขึ้นทับส่วนที่เหลือ ฝาบ่อของหล่อนถูกเปิดออก แหลกละเอียดร่วงหล่น หล่อนจะไม่กลับมาอีกแล้ว Aflame, your body was aflame with resentment. Nori’s body too was flaring up. She shouted at you calling you a degenerate, you shouted at her calling her mad, drew a cross on her forehead, wounding her to the core. Nori shrieked and fought you, turning mad like her mother, like her mother’s mother, like her mother’s mother’s mother, a family which had taken madness as its ruler and then written history over what remained. The lid of her well fell off, the broken pieces tumbled inside, she wouldn’t be back again.  
โนรีลงเอยในโรงพยาบาลบ้า ไม่มีใครเชื่ออะไรเรื่องที่หล่อนบริภาษคุณแต่ทุกคนเชื่ออย่างหมดจิตหมดใจมาตั้งเนิ่นนานก่อนที่จะเป็นไปจริงๆว่าหล่อนจะต้องเป็นบ้า ราวกับนิยายที่วางโครงเรื่องไว้ล่วงหน้า คำทำนายที่ผุดขึ้นช่วงต้นเพื่อจะยืนหยัดยืนยันคุณค่าความหมายของมันในท้ายเรื่อง หลังจากเข้าออกโรงพยาบาลได้อยู่ปีครึ่ง โนรีแขวนคอตายในห้องครัวของร้าน คุณเป็นคนพบศพคนแรก เด็กหญิงไม่ได้เห็นศพแม่ของตัวเองจนกระทั่งสิ้นงานศพ ตลอดงานศพ เธอหลบอยู่ข้างหลังคุณ กุมมือของคุณจนชื้นเหงื่อ คุณทุกข์เศร้าเจ็บปวด เพราะลึกๆคุณรู้ว่าคุณทำให้โนรีตาย แต่ก็รู้สึกสงบอบอุ่น นับจากนี้บ้านทั้งหลังจะมีเพียงหนังสือจำนวนมาก และคุณกับเธอ จากนี้เราสองคนจะมีเพียงกันและกันต่อสู้กับโลกทั้งใบ Nori ended up in a lunatic asylum. Nobody believed what she mouthed about you but everyone had been absolutely convinced long before she was that she must be mad, like a novel whose plot is outlined from the start, the initial predictions coming to fruition by the end of the story. After she had been out of the asylum for a year and a half, Nori hanged herself in the kitchen of the shop. You were the one who found her body. The little girl didn’t see the body of her mother until the end of the cremation. During the entire funeral she hid behind you, holding your hand until both of yours grew sweaty. You were sad, tormented and in pain because deep down you knew you had instrumented Nori’s death yet felt secure and warm. From then on the whole house would only have a great number of books and you and her. From now on there will be only the two of us fighting the world.  
เวลาคืบเคลื่อนเชื่องช้าราวกับเป็นนิรันดร์ ความรักของคุณคือพรจากสวรรค์และการลงทัณฑ์ที่เหี้ยมโหดที่สุด จักรวาลเงียบสงบของคุณอึงคะนึงอยู่ด้วยเสียงของความยับยั้งชั่งใจ ความใคร่ที่ไม่ได้รับการตอบสนอง ทุกคืนค่ำ คุณช่วยตัวเองด้วยการจินตนาการถึงภาพของลูกสาวในห้องน้ำ ในห้องนอนรกร้าง เด็กสาวอายุแปดขวบตอนที่คุณล่วงล้ำเธอ ครั้งแรกและครั้งเดียว เด็กหญิงไข้ขึ้นสูง นอนเพ้อตลอดคืน คุณไม่เป็นอันหลับนอน เฝ้าพยาบาลเธอ คุณเช็ดตัวเธอ แกะกระดุมเสื้อชุดนอน ทาบผ้าขนหนูหมาดเข้ากับผิวหนังหยุ่นนุ่ม คืบเคลื่อนเชื่องช้าลงบนแผ่นหลัง ลำแขน ใบหน้า หน้าอกแบนราบ ราวกับติดไข้มาจากเธอ ใบหน้าคุณร้อนผ่าว แดงเรื่อ รู้สึกเหมือนกำลังข่มขืนเธอ บิดผ้าขนหนูใหม่หมาดเช็ดขาสองข้างของเธอ เลื่อนลึกลงไปในท้องน้อย แตะสัมผัสส่วนที่คุณไม่ควรยุ่งเกี่ยว ปีศาจเคาะฝาบ่อปริแตก ริมผีปากของเธอสุกแดงเพราะพิษไข้ โดยไม่อาจควบคุม คุณถะถั่งหลั่งล้นราดรดกางเกงนอนของคุณเอง Time crept on ever so slowly. Your love was a blessing from heaven and a most cruel punishment. Your quiet and secure universe was humming with the sound of self-restraint, longings that remained unfulfilled. Every night you masturbated picturing your daughter in the bathroom, in the messy bedroom, a girl who was eight years old when you trespassed on her, the first and only time, the girl having high fever lay raving all night long, you couldn’t sleep, watched and nursed her, you wiped her body, unbuttoned her pyjamas, ran a towel over her soft pliant skin, languidly drew it over her back, her arms, her face, her flat chest. As if catching fever from her, your face was flushed a deep red, you felt as if you were raping her, wrung the towel anew and wiped her legs, slid deep down her lower belly and touched what you should have nothing to do with. A devil knocked the lid of the well off and it broke. Her lips were a ripe red due to the fever. Unable to control yourself, you came all over your pyjama trousers.

===

=

=

ช่วยตัวเอง = to masturbate, literally to help oneself; expression used four times here. For the sake of diversity, I also use the more colloquial to wank and to jerk off.

เด็กหญิงลืมเหตุการ์ณนั้นไปหมดแล้ว กล่าวให้ถูกต้องมันไม่เคยเกิดอะไรขึ้นเสียด้วยซ้ำ มีก็แต่คุณที่จดจำฝังแน่น เหตุการณ์ที่เป็นรอยเปื้อนลบไม่ออกในความสัมพันธ์ของคุณกับลูกสาว คราบไคลที่ไม่อาจเอาออกจากกางเกงนอน คุณร้องไห้ลำพังในห้องมืด คืนแล้วคืนเล่า คิดถึงโนรีแทบขาดใจ คุณพยายามอย่างถึงที่สุดที่จะเป็นคนดี แต่ความรักทำลายความยับยั้งชั่งใจของคุณจนสาบสูญหมดสิ้น ความรักกัดกินคุณจากข้างใน ทำลายคุณจนถึงเยื่อกระดูก คุณได้ยินเสียงของการกร่อนสลายนั้น วินาทีหนึ่งคุณรู้ว่ามันจะเป็นเสียงที่จะดังไปชั่วนิรันดร์ The young girl totally forgot that event. To set the record straight, nothing happened actually. Only you have a deep memory of it, an event that’s an indelible stain in your relationship with your daughter, a film of scruff that won’t come off your pyjama trousers. You cried alone in the dark room night after night, missing Nori so much your heart could break, you tried your very best to be a good man but love reduced your self-restraint to nothing. Love gnawed at you from the inside, hurt you to the marrow of your bones. You heard the sound of that wearing away. For a second you knew that that sound would resound forever.  
เด็กหญิงตัวน้อยเติบโตเป็นสาวสะพรั่ง ใบหน้าที่ได้ข้างแม่มาผุดผาดฝาดเลือดสาว คุณมองไม่เห็นความบ้าในตาของเธอเหมือนที่เคยเห็นในโนรี คุณเลี้ยงเธอมาอย่างดีที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย เธอกลับมาทำงานออฟฟิศในเมือง ตกเย็นช่วยคุณขายหนังสือ คุณยังคงช่วยตัวเองกับเรือนร่างเก่าของเธอทุกค่ำคืน   เรือนร่างของเด็กห้าถึงแปดขวบที่คุณถวิลหาอย่างถึงที่สุด เรือนร่างที่จางหายไปจากวัยสาวหมดสิ้น เธอจะไม่รู้เรื่องนี้ไปจนคุณตาย คุณยังคงชอบที่จะขายการ์ตูนให้เด็กเล็กๆ หาโอกาสเล็กๆน้อยๆในการแตะต้องเนื้อตัว ผ้าเช็ดตัวของเธอยังซุกอยุ่ในมุมหนึ่งของตู้เสื้อผ้า รวมอยู่กับเสื้อผ้าจากวัยเด็กที่คุณไม่ยอมทิ้ง บางครั้งในคืนความกระสันเกินควบคุม คุณจะหยิบเสื้อผ้าพวกนั้นมากองบนเตียง แล้วเริ่มต้นช่วยตัวเอง จนเปลือยเปล่าหลับไป เด็กสาวยังคงชอบที่จะคลอเคลียกับคุณ ความสัมพันธ์ของคุณกับเธอคาบเส้นระหว่างบิดากับบุตรและชู้รัก เธอสวมกางเกงขาสั้นและเสื้อกล้ามตอนที่อยู่บ้าน ความสาวสะพรั่งนำพา อารมณ์เร่าร้อนมาสู่เธอเอง มีอยู่สักสามปีที่เธอพบว่าเธอตกหลุมรักบิดาของตัวเอง และโดยไม่รู้ตัวเธอมองหาเขาในเพื่อนชายของเธอ ทุกค่ำคืน เธอกลับบ้าน ยั่วยวนเขาโดยไม่ตั้งใจ เธอรู้ว่าเธอไม่ใช่ลูกที่แท้ และเฝ้าฝันเงียบเชียบถึงวันหนึ่งที่เขาจะพาเธอไปเมืองอื่น และเริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่ในฐานะสามีภรรยา   เด็กสาวเฝ้าฝันถึงบ้านสงบเงียบเชียบ พ่อนั่งอ่านหนังสือ และเธอทำกับข้าวอยู่ในครัว ยามค่ำคืนทั้งคู่จะดื่มชา และหลับไหลไปพร้อมๆกัน มุมเดิมนิ่งตรงคงที่ รอยของเบาะที่ยุบลงเรื่อยผ่าปีเดือนเคลื่อนคล้อย ร้านหนังสือของเธอกับพ่อจะเต็มไปด้วยหนังสือคัดสรร เงียบสงบในอุ่นไอแสงของแดดบ่าย ความฝันแสนงามที่พังพินาศลงอย่างเชื่องช้าเพราะความไม่อาจเป็นไปได้ ไม่อาจใฝ่ฝันถึง ทีละเล่มหนังสือหลุดร่วงลงสู่ทะเล ตามด้วยชั้นหนังสือ เบาะรองนั่งไร้รอยบุ๋มและบ้านของเธอ รวมไปถึงแสงแดดยามบ่าย ร่วงหล่นลงไประหว่างการเพริดไปกับชีวิต The little girl grew into a shapely young woman. The face which took from her mother now glowed with youthful blood. You didn’t see any madness in her eyes as you had in Nori’s. You were bringing her up her as best you could. After graduating from the university, she had come back to take an office job in town. In the evening she helped you sell books. You still wanked with her former body every night, the body of a five to eight year old child you craved to the utmost, a body that had totally disappeared in her teens. She wouldn’t know about this as long as you lived. You still liked to sell cartoons to little children, which gave you the odd opportunity to touch their flesh. That towel was still put away in a corner of the wardrobe together with her childhood clothes you refused to throw away. Sometimes on nights when the craving was too strong to be kept under control, you’d take those clothes out and pile them up on the bed and then jerk off until you fell asleep naked. The young girl still liked to snuggle against you. The relationship between you and her towed the line between lovers and father and daughter. She wore shorts and tank tops when she was at home. As a woman in bloom, she was given to fiery moods. For three years now she had known she had fallen in love with her father and unwittingly looked for him in her male friends. Every night, she came home and tempted him without being aware of it. She knew he wasn’t truly her father and kept dreaming quietly of the day he’d take her to some other town and they’d begin a new life as husband and wife. The young girl kept dreaming of a safe and quiet house, dad sitting reading a book and she cooking in the kitchen, in the evening both of them would drink tea and fall asleep together in the same silent, steady corner, the marks on the cushions would settle in the course of time, their bookshop would be full of se- lected books, quiet and safe in the warm air of the afternoon light – a beautiful dream destroyed slowly because of its impossibility, because it couldn’t be held, each book getting loose and falling into the sea, followed by the book shelves, the sitting cushions devoid of dents, and her house, including the afternoon light that fell with the drift of life.  
  =  
คุณปอกแอปเปิ้ลเงียบเชียบในห้องน้อย เด็กสาวร้องไห้ซบบนตักคุณเป็นครั้งสุดท้าย เธอร้องให้จนเหนื่อยล้า หลังจากสารภาพกับคุณว่าเธอไม่อยากแต่งงาน เธออยากอยู่กับคุณไปจนแก่ เธออยากดูแลคุณเพื่อตอบแทนที่คุณเลี้ยงเธอมาจนโต เธอจะอยู่กับคุณ มันเป็นเช่นนี้ก็ดีอยู่แล้ว คุณนิ่งเงียบไม่ตอบคำ ปล่อยให้เธอพูดทุกอย่างออกมา โดยไม่พูดอะไรเลย คุณบอกแต่เพียงว่า เขาคือคนที่ลูกรัก และลูกจะต้องก้าวเดินต่อไปในชีวิตที่ไม่มีพ่อ ลูกจะต้องมีชีวิตสืบต่อไป ทดแทนการสะดุดหยุดลงของชีวิตของแม่ของลูก มาถึงจุดนี้พ่อมั่นใจถึงที่สุดว่าคำสาปของแม่ได้จบสิ้นลงแล้ว ลูกออกจากหล่มหลุมแห่งความไม่เอาไหนนี้ไปเสียเถิด ไปสู่ท้องฟ้าที่กว้างกว่าเมืองนี้ You peel an apple quietly in the little room. The young woman cries nestled in your lap for the last time. She cries herself exhausted after admitting to you that she doesn’t want to get married, she wants to be with you into old age, she wants to take care of you to repay you for having reared her, she will stay with you, just as we are now. You keep silent, don’t utter a word, let her pour it all out without you speaking at all, you only tell her he’s the one you love and you must step further into life without me, you must get on with your life, to make up for your mother shortening hers, at this point, I’m absolutely certain your mother’s curse is over, get out of this feckless pit, go for horizons wider than this town.  
คุณนั่งปอกแอปเปิ้ลในห้องน้อย เจ็บปวดอย่างเหลือประมาณราวกับคำสาปทั้งหมดของโนรี ของเด็กสาวได้ถ่ายเทมาอยู่ที่ตัวคุณ เธอไปจากร้านหนังสือเน่าเหม็นทุกข์เศร้าของคุณแล้ว ปลายฤดูใบไม้ผลิที่ร้าวเศร้า คุณหลับและฝันเห็นเธอตอนที่ยังเป็นเด็ก คลานขึ้นมาบนร่างของคุณและจับสัมผัสส่วนเร้นลับนั้นด้วยริมฝีปากบางเฉียบ ขยับเคลื่อนแผ่วเบา คุณก็เป็นคนดีคนหนึ่งเหมือนกัน คุณคิดในวันที่เธอแต่งงาน แต่พอคุณตื่นขึ้นคุณก็รู้ว่าคุณจะต้องช่วยตัวเองกับเรือนร่างเก่าของเธอไปจนตาย คุณปอกแอปเปิ้ลเชื่องช้า กินแอปเปิ้ลโดดเดี่ยวลำพังในห้องว่างเปล่า You sit peeling the apple in the little room, in unbearable pain as if all the curses of Nori and of the young woman had been transferred to you. She left that sad, stinky, putrid bookshop of yours at the end of a melancholic autumn. You sleep and dream you see her as she was as a child, crawling onto your body and seizing that secret part of you between her thin lips and shaking it softly. You are a good man, you thought on her wedding day. But as soon as you wake up you know you must masturbate with her old body until you die. You peel the apple slowly and then eat the apple all alone in the empty room.  
= Received from the author
in August 2012
 
  Wiwat Lertwiwatwongsa lives on Phuket Island, where he works as a civil servant. A graduate in Pharmacy, he is well known as a film critic (under the pen name Filmsick). He is the author of
A damaged utopia and Alphaville Hotel, and several of his short stories
have been translated here.
=wiwat

Tagged: , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: