Ceasefire – Kanthorn Aksornnam

This naughty tale by Ms Anais Nam is contraindicated for the straight-laced, the under-aged and the clean old men. I’m sure it’s in no way autobiographical and it has no bearing on actual happenings in the Land of the Free: the story harks back to ancient India and the setting is obviously Indonesia, the land of kretek. MB

พักรบ

CEASEFIRE*

2women 2women

กันต์ธร อักษรนำ

Kanthorn Aksornnam

TRANSLATOR’S KITCHEN

*แรงดาลใจและที่มาของเรื่องเล่าจากเรื่อง
“ไม่มีเวลาสำหรับการทะเลาะ” จาก “โลกียนิยาย”
แปลโดย ปรีชา ช่อปทุมมา (พิมพ์ครั้งแรก
ธันวาคม 2523: สำนักพิมพ์ต้นหมาก)

* Story inspired by ‘No time to quarrel’,
one story in the collection Lokiyaniyai
(Lewd tales) translated by Preecha Chorpathumma, published by Ton Mak in 1980.

ดูเหมือนว่าหญิงสาวทั้งสองคนจะพร้อมใจกันเห็นกรีฑาเป็นอากาศธาตุ หลังจากศึกสงครามตั้งแต่เย็นวานสงบลง เมื่อเสียงนกดุเหว่าเริ่มขับขาน จากนั้นสายฝนก็โปรยปรายลงมาอย่างไม่คาดฝัน หนักหน่วงราวกับต้องการลบล้างเรื่องราวต่างๆ บนพื้นโลกให้หมดสิ้น ขณะที่หญ้าวัยเยาว์กำลังแทงยอดอ่อนๆ ขึ้นมาจากผืนดิน ส่งกลิ่นหอมไปทั่วท้องทุ่ง It seemed the two girls agreed to see Krita as thin air, now that the war fought since last evening had quietened down when the blackbird began to sing. After that the rain unexpectedly came pelting down as if meaning to erase everything from the surface of the earth, while youthful grass sprouted up, exhaling a heady fragrance all over the fields.
กรีฑายังคงหลับใหลบนสมรภูมิสีขาวอันไร้ขอบเขต ขณะที่หญิงสาวเริ่มต้นพูดคุยกันถึงเรื่องราวระทึกใจ กลิ่นบุหรี่กานพลูอบอวลไปทั่วห้อง พวกใบไม้นอกหน้าต่างกระจกพากันสั่นสะทกไปกับแรงกระทบจากน้ำ ดูเหมือนว่าสภาพอากาศและธรรมชาติรอบกายจะพากันสะทกสะท้านไปกับเรื่องราวอันน่าอภิรมย์ที่เพิ่งจบลง… Krita was still sleeping on the white battlefield without borders while the girls began to chat about what excited them. The smell of clove cigarette pervaded the room. The leaves beyond the window panes shook under the lashing of raindrops. It looked as though the air and nature around meant to make them tremble with fear over the delightful event that had just ended.
ฉันไม่ใคร่ชอบเรื่องของอนาอิส นิน* นิลภัทรเอ่ยขึ้น มันเหมือนเรื่องที่จงใจประดิษฐ์ขึ้นอย่างไรชอบกล มีแต่คำทำนองว่า ศิลปะชั้นสูง ศิลปะชั้นสูง ล่องลอยเกลื่อนกลาดอยู่เต็มไปหมดในอากาศ หรือที่จริงแล้วหากจะยุติธรรมกับเธอสักหน่อย มันแทบเข้าไม่ถึงอารมณ์ทำนองนั้นของฉันมากกว่า ฉันกลับชอบเรื่องของอินเดีย มันได้อารมณ์ดิบๆ แต่ก็มีกลิ่นหอมหวานลี้ลับของดอกไม้ที่เราสัมผัสได้ ส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องราวเก่าแก่ เล่าสู่กันฟังมาหลายร้อยปี ฉันจึงรู้สึกกับมันอย่างลึกซึ้ง ถึงกับมองเห็นภาพเร้นลับในห้องหับโบราณเหล่านั้นเลยทีเดียว… I don’t quite like Anais Nin’s stories**, Ninlaphat said. They look overly fab- ricated, sort of. There’s nothing but the words high-class art, high-class art floating all around in the air or rather, to be fair to her, let’s say it doesn’t quite suit my mood. I prefer stories from India. They can bring out the raw in you, but they also have the sweet scent of mysterious flowers you can touch. Mostly they are old tales told over hundreds of years, so I feel them deeply, to the point of seeing intimate scenes in those ancient rooms… ** The Franco-Cuban erotic writer Anais Nin (1903–1977) who was notably involved in a relationship with Henry Miller and his second wife June in the early thirties. In 1986 Henry and June: From the Unexpurgated Diary of Anais Nin shed some light on that relation- ship; a loose film ver- sion, Henry and June, came out four years later. 
นิลภัทรหลับตา นิ่งฟังเสียงสายฝนนอกหน้าต่าง ก่อนเอ่ยขึ้นว่า ฉันจะเล่าเรื่องหนึ่งให้เธอฟัง Ninlaphat closed her eyes and was still, listening to the rain out of the window, before saying, I’ll tell you a story.
เล่าสิที่รัก อยากฟังแทบตายเลยล่ะ ชฎาพริ้มตาหลับ ใบหน้าแนบหมอน ร่างเหยียดยาวนอนคว่ำอยู่บนโซฟาสีขาว ฉันชอบกลิ่นแบบนี้จัง…น้ำเสียงแผ่วเบาแสดงถึงความพึงพอใจ เธอดูราวกับลูกแมวจอมซนที่กำลังนอนพักเอาแรงเพื่อออกไปวิ่งเล่นซุกซนต่อ นอกจากกลิ่นกานพลูแล้ว อากาศในห้องยังมีกลิ่นกาแฟ และกลิ่นอับชื้นของบ้านไม้ยามต้องฝนอวลอยู่ด้วย ราวกับมีเมฆหมอกไร้รูปคลี่คลุมอยู่… Please do, darling. I’m dying to hear it. Chada sweetly closed her eyes, her face against the pillow, her body stretched out prone on the yellow sofa. I love this sort of smell … The low tone of voice expressed satisfaction. She looked like a naughty kitten resting before going out to play mischievously again. Besides the smell of clove, the air in the room also had a smell of coffee and the odour a wooden house gives off when exposed to the rain, as if there was a shapeless cloud of fog unfurling…
=
นานมาแล้วที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในอินเดีย นิลภัทรเริ่มเล่า มีช่างทองฝีมือดีและแสนขยันขันแข็งคนหนึ่งชื่อ วิทิศ เขามีอายุห้าสิบปี แม้ผมยาวสลวยนั้นจะขาวโพลน ทว่าร่างกายยังแข็งแกร่งกำยำ วิทิศมีเมียสวยอย่างร้ายกาจ ทั้งความสวยของใบหน้าและเรือนร่างอันน่าหลงใหล เป็นเหมือนอาวุธที่ผู้ชายทุกคนในโลกใฝ่ฝันจะครอบครอง เธอชื่อคีตา อายุเพียงสิบเจ็ดปี แต่งงานกับวิทิศมาได้ห้าปีแล้ว แต่ยังไม่มีลูก คีตาเป็นคนแข็งแรงชอบเกมกีฬาที่ทำให้เลือดในกายร้อนรุ่มคึกคัก ห้าปีที่ผ่านมาความเร่าร้อนระหว่างวิทิศกับหล่อนค่อยๆ กลายเป็นความอบอุ่น แต่ด้วยวัยสาวคีตาจึงยังมองหาเกมกีฬาใหม่ๆ ที่จะสร้างความเพลิดเพลินให้ทั้งคู่ และแล้ววันหนึ่งราวกับเทวดาบนสรวงสวรรค์ประทานของขวัญมาให้ คีตาก็ได้พบกับหนุ่มรูปงามราวสตรีผู้หนึ่ง เขามาที่บ้านเพื่อสั่งวิทิศให้ทำแหวนวงหนึ่ง แต่บังเอิญว่าวันนั้นวิทิศไม่อยู่บ้าน เพราะต้องเข้าไปในเมืองเพื่อส่งเครื่องทองให้ลูกค้า A long time ago in a small village in India, Ninlaphat began her tale, there was a talented and diligent goldsmith by the name of Withit. He was fifty years old. His long wavy hair had turned white but his body was still sturdy. Withit had an astoundingly pretty wife. Her face and body were of a beauty to die for, were like weapons all men in the world dreamt to handle. Her name was Gita. She was only seventeen. She had been married with Withit for five years but had yet to have a child. Gita was strong; she liked sports games that made the blood boil. In the past five years the fire between Withit and her had slowly dwindled to embers, but given her youth Gita still looked for new sports that would bring pleasure to their couple. And then one day it was as if a deity in heaven had sent her a present: Gita met a young man with the beauty of a woman. He came to the house to have Withit make a ring for him but as it happened that day Withit wasn’t at home because he had had to go into town to deliver gold ornaments to a client.
ทำไมต้องเป็นแบบนั้นเรื่อยเลยนะที่รัก ในวันที่สามีไม่อยู่บ้าน…ชฎาสอดแทรกขึ้น พร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ  Why does it always have to be like this, darling, on the day the husband isn’t home? Chada interrupted, giggling.
เพราะว่ามันต้องเป็นวันเช่นนั้นน่ะสิที่รัก ฉันว่าเธอคลำทางเรื่องนี้ไม่ถูกแน่ ฟังต่อไปเถอะ นิลภัทรเริ่มลูบไล้ร่างไร้อาภรณ์ของชฎาด้วยน้ำมันหอมกลิ่นกุหลาบ ชฎาจึงหลับตา นิ่งฟังเรื่องราวต่อไป Because it must be on such a day, darling. I think you don’t quite get the gist of it yet. Listen first. Ninlaphat began to anoint Chada’s bare body with rose-scented oil, so Chada closed her eyes and listened quietly to the story.
=
เมื่อคีตาพบกับหนุ่มรูปงามเรือนร่างสูง และบอบบางราวสตรี ดวงตาคมขำคู่นั้นจึงเผลอสำรวจเขาอย่างตั้งใจ ผมของเขาสลวยดุจเส้นไหมยาวจรดบั้นเอว ดวงตากลมโตดำขลับราวค่ำคืน ทว่าดูหวานซึ้งเหมือนนัยน์ตาอิสตรี ดูเหมือนว่าหนุ่มรูปงามของเราจะมองเห็นความปรารถนาลี้ลับที่ซุกซ่อนอยู่ในอาภรณ์ของคีตา เขามีชื่อว่าปานี คีตาบอกว่า สามีนางไม่อยู่บ้านคงกลับมาถึงค่ำๆ รอสักหน่อยได้ไหม หรือว่าจะมาอีกวันหลังก็ตามใจ ทว่า ดวงตายังเพ่งมองปานีอย่างลึกซึ้ง ปานีพลันขยับกายเข้าใกล้ ใกล้พอจนได้กลิ่นหอมเชิญชวนของน้ำมันดอกกุหลาบจากเรือนผมของคีตา ดูเหมือนว่าคลื่นปรารถนาอันเร่าร้อนของคนทั้งคู่จะตรงกัน คีตาจูงมือปานีหนุ่มเข้าไปในห้อง จากนั้น เสียงเพลงจากคีตาก็บรรเลงขับขานไปกับมานพหนุ่มจนเย็นย่ำ When Gita met the handsome young man tall and lean like a woman, those charming round eyes of hers couldn’t help surveying him deliberately. His hair had the sleekness of silk threads down to his waist, his big round black eyes shone like the night but had the sweetness of a woman’s. It seemed that our handsome young man could see the secret wish that hid under Gita’s garments. His name was Pani. Gita told him that her husband wasn’t home and wouldn’t return before nightfall. Could he wait or come back some other day? It was up to him. But those eyes still stared probingly at Pani, who suddenly moved closer, close enough to smell the enticing perfume of the rose-smelling oil on Gita’s hairdo. The waves of fiery desire between the two of them seemed to meet. Gita took the young man by the hand and led him into the room. After that Gita sang her song in a duo with Pani until dusk.
=
เธอคงน่ากินชะมัด ชฎารำพึง ขณะที่นิลภัทรประทับรอยจูบเบาๆ ตรงสะโพกด้านซ้าย ซึ่งเป็นที่ประทับของรอยสลักรูปโล่เขน อันเป็นศาสตราวุธโบราณ แล้วค่อยๆ ลากนิ้วไปตามกิ่งก้านคดโค้งของเถากุหลาบเลื้อย ซึ่งช่างฝีมือดีจำหลักลวดลายอันวิจิตรไว้บนแผ่นหลัง เจ้าของรอยสลักส่งเสียงครางเบาๆ ในลำคอ She must have been awfully succulent, Chada mused as Ninlaphat dropped a soft kiss on her left hip where was etched a forearm shield, an ancient weapon, and then slowly dragged a finger along the curved branches of the rose creeper a gifted craftsman had tattooed on her back. The owner of the tattoo sent out a throaty groan. Forearm shield (โล่เขน)loe_khen
=
ได้เวลาสามีกลับมาแล้ว…นิลภัทรหยุดหายใจชั่วครู่ ก่อนเริ่มเล่าต่อ…ทว่าคีตายังไม่อยากพรากจากเปลวไฟที่กำลังคุโชนเช่นนี้ จึงบอกปานีให้หลบซ่อนอยู่ในบ้าน แล้วนำอาภรณ์ของสตรีมาให้ปานีสวมใส่ ซึ่งทำให้ชายหนุ่มดูไม่ต่างจากหญิงสาวผู้งดงามราวเทพธิดา จากนั้นคีตาบอกปานีให้ไปทำงานในครัว เธอวางแผนจะบอกวิทิศว่า รับสาวใช้มาทำความสะอาดบ้านตอนกลางคืนเพราะค่าแรงถูกกว่าเป็นไหนๆ เมื่อวิทิศกลับมาได้ยินถ้อยความดังนั้น จึงชื่นชมภรรยาสาวยิ่งนักว่าฉลาดเฉลียว รู้จักการใช้ทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เขาหอมแก้มคีตาทั้งสองข้างด้วยความรักใคร่ จากนั้นก็กลับเข้าห้องไปทำงานต่อ ส่วนคีตาเดินเข้าครัวและทำอะไรต่อมิอะไรอยู่กับปานีหนุ่มในอาภรณ์ของสตรีจนแทบสิ้นเรี่ยวแรง It was time for the husband to come back – Ninlaphat paused to breathe for a moment before resuming her tale – but Gita still didn’t want to part from the flames that were blazing like this so she told Pani to hide in the house and then gave him woman’s clothes to put on, which made him look no different from a young woman with the beauty of a god- dess. After that Gita told Pani to go and work in the kitchen. She planned to tell Withit she had hired a maid to clean the house at night because it was so much cheaper. When Withit came back and heard those words he praised his young wife highly for her cleverness, for knowing how to make the best of wealth. He kissed Gita on both cheeks with affection. After that he went into his room to get on with his work. As for Gita she walked into the kitchen and with Pani in lady’s wear indulged in a slew of loving tricks until almost all her strength was spent. ==

=

=

=

=

=

=

=

=

=

=

Of course, he doesn’t kiss her on the cheeks but sniffs them, as flat-nosed people are wont to do to show affection.

=
น่าตื่นเต้นจังที่รัก สามีหล่อนช่างโง่จนน่าสงสารเสียจริง ทั้งคู่คงระเริงรักกันอย่างนี้ไปได้เรื่อยๆ สินะ โดยที่สามีหล่อน…ชฎาส่งเสียงร้องเมื่อนิลภัทรเริ่มไล้เลื่อนมือจากเถากุหลาบสีเพลิงกลางแผ่นหลังลงมาสู่ร่องลึกและสาละวนอยู่ตรงนั้น ร่างไหวสะท้านเมื่อนิ้วไล้ลูบอยู่ในซอกหลืบอันน่าอภิรมย์ How exciting, darling! Her husband is so stupid it’s pathetic, really. The two of them must have kept on pleasuring themselves like this on and on while her husband … Chada sent out a shout when Ninlaphat’s hand began to abandon the fire-coloured creeper on her back to enter the deeper grove below and busied itself there. The body shivered when a finger slid into the delightful narrow opening.
=
และเมื่อคีตากลับเข้าห้อง นิลภัทรเล่าต่อ ขณะที่นิ้วยังเคลื่อนไหวช้าๆ …ช่างทองแสนขยันของเราก็ออกมาจากห้องทำงานอันเป็นเวลาเลิกงานปกติ กำลังจะเดินเข้าห้องนอน พลันได้ยินเสียงจานชามกระทบกันอยู่ในครัว จึงเดินเข้าไป และได้เห็นสาวน้อยคนหนึ่งรูปร่างสูงสะโอดสะองในชุดส่าหรี สาวน้อยกำลังยืนล้างจานอยู่ แค่เห็นจากด้านหลังเพียงเท่านั้น ความกำหนัดของวิทิศพลันบังเกิดขึ้นจนสุดระงับ เขาเดินเข้าหาร่างนั้นอย่างไม่อาจควบคุม ส่วนหนุ่มน้อยในส่าหรีก็ตกใจและไม่ทันได้ระมัดระวังตัว ร่างแบบบางนั้นก็ตกอยู่ในอ้อมกอดอันแข็งแกร่งของวิทิศเสียแล้ว วิทิศโอบกอดสาวน้อยจากด้านหลัง บรรจงจูบเบาๆ ที่ต้นคอไล่มาถึงผิวอันนวลเนียนของแก้ม ค่อยๆ คลายมวยผม แล้วพรมจูบไปทั่วร่าง ส่วนปานีหนุ่มนั้นกายสั่นสะท้านและไม่อาจต่อต้านขัดขืน วิทิศอารมณ์กำลังคุโชน แม้จะแปลกใจที่สัมผัสพบที่ราบไม่ใช่เนิน แต่ผิวที่เนียนนุ่มชวนหลงใหลทำให้เขายังรุดหน้าต่อไปด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ ทว่าพลันนั้นเองแทนที่มือจะพบกับตาน้ำอันชุ่มฉ่ำในป่าทึบกลับเป็นพฤกษายืนต้นเด่นกลางพุ่มไม้ วิทิศล่วงรู้ในทันทีว่าภรรยาสาวสวมเขาเข้าให้แล้ว ด้วยความโกรธอันสุดระงับ และอยากแก้แค้นชายชู้ให้สาสม ด้วยพละกำลังที่เหนือกว่าและแรงราคะที่กำลังพลุ่งพล่าน เขาจับปานีในร่างสาวน้อยพลิกคว่ำอย่างง่ายดาย กระชากส่าหรีทิ้งแล้วบรรจงสอดใส่ประสบการณ์ครั้งแรกให้ปานีหนุ่ม ขณะที่ตัวเองก็พบกับความมหัศจรรย์ไม่แพ้กัน คนทั้งสองอยู่ในครัวจนกระทั่งเช้า… And when Gita came back to her room – Ninlaphat went on while her finger still moved slowly – our industrious goldsmith came out of his workroom at the usual time he stopped work. He was walking to the bedroom when he heard a clinking of cutlery in the kitchen, so he walked in and saw a young girl with a willowy body in a sari who stood washing the dishes. Just seeing her from behind, Withit’s lust sprang at once irrepressibly. Unable to control himself, he walked over to that body. The young man in a sari was startled and before he could protect himself, the slim body fell into the strong arms of Withit. Withit hugged the young girl from behind, sprinkled her neck with light kisses and then the soft skin of her cheek, slowly loosened her bun and then kissed her all over. As for young man Pani he was shivering and didn’t fight Withit. In his fiery mood, even though he wondered at meeting flatness where mounds should be, the smoothness of the skin enraptured Withit and made him proceed with a feeling that was new and strange, but then suddenly, instead of finding a wet spring hidden in a forest, his hand found an upright tree amid bushes. Withit understood at once that his young wife had cheated on him. In irrepressible anger and desire of revenge on the lover with interest, with his superior strength and the force of lust bursting out, he grabbed Pani in his female body and easily flipped him over, tore off his sari and then inserted experience for the first time into the young man Pani, and as they fell into similar wonder, the two of them stayed in the kitchen until morning… ==

=

=

=

=

=

=

=

=

=

=

=

=

=

=

=

=

=

=

=

=

=

=

=

=

=

=

=

=

Yes, you read that right: ‘experience’ (ประสบการณ์) is what the text says. Cute, no?

=
ชฎาครางเสียงดัง นึกไม่ถึงว่าเรื่องราวจะลงเอยเช่นนี้ ขณะที่นิ้วของนิลภัทรยังขยับขับขานต่อไป กระชั้นขึ้น กระชั้นขึ้น ในพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนั้น Chada moaned loudly. She hadn’t thought the story would turn out like this, while Ninlaphat’s finger went on tinkling closer and closer in that spring.
ใกล้จบแล้วที่รัก…จากนั้นเมื่อทุกอย่างเปิดเผย คีตาร่ำไห้กราบกรานแทบเท้าสามีปานจะขาดใจ หลังจากโต้แย้งกันด้วยเหตุผลต่างๆ นานา วิทิศยอมให้ปานีอยู่ในบ้านต่อไป รับใช้ทั้งคีตาและวิทิศ กระทั่งวันเวลาผ่านไป ปานีกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงในฐานะมนุษย์คนแรกในอาณาจักร ผู้กลายเป็นที่รักของเพศทั้งสอง ว่ากันว่าแม้ในปัจจุบันนี้ บนดินแดนห่างไกลในชนบทของอินเดีย ยังมีรูปปั้นของปานีซึ่งมีสองใบหน้า และบนใบหน้าทั้งสองนั้นต่างก็มีรอยยิ้มพึงพอใจ… It’s almost finished, darling. After that, when everything was revealed, Gita wept and wailed and prostrated herself at her husband’s feet as if she was about to die. After a rancorous exchange of argu- ments, Withit allowed Pani to stay in the house to serve both Gita and him. As time passed, Pani became famous as the first man in the realm to be the lover of two sexes. It is said that to this day, in a distant part of the Indian countryside, there is still an image of Pani with two faces and on both these faces there is a satisfied smile.
ชฎาส่งเสียงร้องด้วยความพึงพอใจอย่างสุดระงับ กรีฑาค่อยๆ ลืมตาขึ้น เขาได้กลิ่นหอมของดอกไม้ชนิดหนึ่งอบอวลไปทั่วห้อง จากเตียงนอนเขาเห็นภาพงดงามน่าอัศจรรย์ของสองสาวที่โซฟาปลายเตียง ชฎากำลังแอ่นกายรับความสุขสมจากสัมผัสนิ้ว เธอหลับตาพริ้ม กัดริมฝีปากล่าง ส่วนนิลภัทรมองไปที่กรีฑาด้วยแววตาเชิญชวน กรีฑาไม่อาจต้านทานภาพอันท้าทายนี้ เขาลุกเดินมาที่โซฟา ขณะที่ชฎายังพริ้มตาหลับ แล้วค่อยๆ สอดกายเข้าไปในร่างชฎาจากด้านหลัง เธอส่งเสียงร้องอีกครั้ง อย่างยาวนาน ก่อนเงียบเสียงลง และหลับใหลไปในที่สุด จากนั้นกรีฑาจึงช้อนร่างอุ้มนิลภัทรมาที่เตียง… Chada let out irrepressible cries of gratification. Krita slowly opened his eyes. He perceived the sweet scent of some flower that pervaded the room. From the bed he saw the marvellous picture of the two girls on the sofa at the bottom of the bed. Chada was bent backwards being finger-pleasured. Her eyes were closed tight as she bit her lower lip. As for Ninlaphat, she was looking at Krita with invitation in her eyes. Krita couldn’t resist that challenging vision. He got up and walked over to the sofa while Chada still kept her eyes tightly shut, and then he slowly inserted his body into the body of Chada from behind. She cried out once again, a persistent cry, before falling silent and finally drifting into sleep. After that, Krita scooped up Ninlaphat’s warm body and carried it to the bed…
สงครามกำลังจะดำเนินต่อไปบนสมรภูมิสีขาวอันไร้ขอบเขต…กลิ่นกุหลาบยังกรุ่นอยู่ในลมหายใจ ทุกกลิ่นสอดประสานกันอย่างลงตัว ในวันหยุดที่สายฝนโปรยปราย เรื่องราวบางเรื่องกำลังเลือนหายไป และเรื่องราวใหม่ๆ กำลังจะเริ่มขึ้นราวกับไม่มีวันจบสิ้น… War resumed on the white borderless battlefield … the smell of roses was still exhaled with each breath. The smells blended harmoniously on a rest day of pelting rain. Some stories were ending and new ones were starting as if there was no end…
=Kanthorn Aksornnam
is the pen name
of Sivadee Aksornnam,
a poet, short story
and features writer
in her mid thirties.
=kanthorn1

Tagged: , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: