And then the two of them lived together – Chen Chomthawat

This was written twenty years ago. Of course, things like these don’t happen anymore, do they now? MB


แล้วทั้งสองก็
อยู่ด้วยกัน

And then the two
of them lived together

kissing shadows kissing shadowsx

เชน ชมธวัช

CHEN CHOMTHAWAT

TRANSLATOR’S KITCHEN
โลกส่วนตัว The personal world
ส่วนน้อยคนนี้ก็เช่นกัน เธอจากผมไปอย่างง่ายดายเช่นสาวอื่น ดูเหมือนทุกคนต้องการจะอยู่ในอ้อมกอดของผมเพียงชั่วคราว ไม่มีใครจริงจังต่อใครได้เนิ่นนาน เราคล้ายจะอึดอัดต่อการอยู่ร่วมกัน ทั้งที่ในขณะเวลาเหล่านั้นเราสามารถหาความสุขกันได้ไม่ยาก เราอาจกระซิบคำรักหวานหูให้กัน หยอกเอินกันด้วยถ้อยคำแห่งรักอย่างหวานชื่น มอบความสาวความหนุ่มให้กันบนเตียงอ่อนนุ่ม เต็มไปด้วยรสชาติการสัมผัส เสน่หาในแววตา ริมฝีปากเผยเผยอชื้นฉ่ำ พวงแก้มอบอุ่นน่ารัก รูปร่างได้สัดส่วนสวยงาม… As for this girl Noi, it’s the same. She left me as easily as the others. It seems they all want to stay in my arms only for a while. No one is serious with anyone for long. It’s as if we are uncomfortable being together, even though at such times we are able to find happiness easily, we whisper sweet words of love in each other’s ears, tease each other with honeyed words of love, give each other the gift of youth on a soft bed full of the flavours of touch, charm in the eyes, wet lips cracked open, cheeks full and lovely, and bodies beautiful. =

=

=

=

=

คำรักหวานหู: literally, ‘words of love sweet to the ear’.

=

=

ได้สัดส่วน = well proportioned; here, would only weigh down the sentence.

หลายครั้งที่ผมรู้สึกว่าเรากลัวความแก่ กลัวความจริงที่จะมาเยือนเราเร็วๆ นี้ ดูเหมือนคำรักคำสัญญาต่างๆ ไม่เคยได้ลงลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของเราอย่างแท้จริง Many times I’ve felt the fear of being old, the fear of the truth that will soon come over. It seems that words of love, words of promise do not penetrate truly deep into our consciousness. =ความจริง: truth or reality.
เราอาจมองตากันอย่างซาบซึ้ง แต่ชั่วขณะเราสัมผัสได้ถึงการโกหกมดเท็จของกันและกัน ดวงตาของเราจะกะพริบใส่กันทันที ถ้อยคำเริ่มเบี่ยงเบนออกไปจากใจ ความรู้สึกถูกจับเหวี่ยงไปอย่างไม่น่าเชื่อ สิ่งที่เรากระทำคือร่วมรักกัน ปล่อยให้อารมณ์บรรเลงเพลงของมันไปในขณะที่ใจยังคงคับข้องและคิดถึงบทบาทของคู่รักเก่าๆในอดีต We may look into each other’s eyes with fascination but the moment we can sense each other’s fibs, our eyes blink right away, words begin to come out of our hearts twisted out of shape, feelings are caught and cast aside at an amazing rate. What we do is make love, letting the mood perform its song while the mind is still frustrated, and think of the performance of previous partners in the past. =

=

=

=

อย่างไม่น่าเชื่อ: literally, ‘incredibly’.

เรานอนกอดก่ายกันอย่างสิ้นแรง สิ้นไร้ความรู้สึกใดๆนอกจากความเหนื่อย การสัมผัสหลังจากนั้นเป็นไปด้วยความหยาบคาย ซ่อนความรุนแรงไว้ภายในอย่างน่าเกลียด We lie hugging each other as if without strength, without any sort of feeling besides exhaustion. Contact after that takes place with coarseness, hiding violence within in a distasteful way.
เราเหนื่อยหน่ายต่อสภาพเช่นนี้ และใช้เวลาอยู่ด้วยกันในความเงียบ ต่างคนต่างมีมุมส่วนตัวของตัวเอง ทอดสายตาผ่านตัวหนังสือบนหน้ากระดาษไปอย่างเชื่องช้า รอคอย นานๆจะขยับตัว ผมได้ยินเสียงลมหายใจอันอึดอัดระหว่างเราลอยเอื่อยอยู่ในห้องอุดอู้ We are weary of a situation like this and spend our time together in silence. Each has a personal corner. We cast our eyes over the characters on the page sluggishly, waiting, moving a little once in a long while. I hear the sounds of our constrained breathing between us floating in the stuffy room.
ทำไมเราไม่แยกทางกันไปเสียที Why don’t we part ways once and for all?
ไม่ เราไม่ยอมทำเช่นนั้น เรากักขังกันและกันไว้ในกรงของความคิด ใช่เล่ห์เหลี่ยมต่อกันและกัน ทำเป็นทะนุถนอมกันและกันเหมือนคนป่าพลัดหลงเข้าไปในเมืองใหญ่ จูงมือกันไปข้ามท่อระบายน้ำเน่าเหม็น กล่าวชมฟากฟ้ายามราตรีกาลและหมู่ดาวระยิบด้วยถ้อยคำพร่ำเพ้อ เราฝันไปไกลถึงโลกอนาคต โลกแห่งความฝันและจินตนาการ เหยียดหยามคนจนอย่างสนุกสนาน พอๆกับกล่าวคำร้ายกาจต่อหน้าคนรวยอย่างไม่ยี่หระ เราทั้งคู่ (หรือเราทั้งหมด) เป็นชนชั้นกลางผู้มักมากในกามคุณ สนองตัณหาบ้าบอคอแตกให้ตัวเอง และพยายามจะทำความดีหลังจากนั้นเพื่อทดแทนความรู้สึกผิดบาปภายใน สิ่งที่ตามมาคือความขุ่นเคืองใจ ความระเริงหลงในรสชาติแห่งกามราคะ คุณค่าต่างๆ สูญสลายหายไปสิ้น และเรากลับกลายเป็นตัวมายา No, we don’t want to do this. We sequester each other in the jail of thought, use tricks with each other, pretend to cherish each other like jungle dwellers erring into the capital, holding hands to walk across a drain of stinking stagnant water, expressing admiration for the sky at dusk and for the blinking stars by talking gibberish. We reach out in a dream far out into the world of the future, the world of fancy and of imagination, and have fun despising the poor just as much as making definite judgments in front of the rich without concern. The two of us (or all of us) are middle-class sensuous creatures, satisfying our own crazy cravings and trying to do good after that to make up for the feeling of sin inside. What follows is annoyance, cheerfulness addicted to the taste of sex, all values vanished, and we return to being illusions.
ลองมาดูทีซิว่าเราอยู่ในโลกส่วนตัวของเราอย่างไร Let’s have a look this once at how we are in our personal world.
=
โลกของเธอ Her world
เธอนั่งเช็ดผมอยู่หน้ากระจก เบื้องหน้าเป็นขวดกระปุกเสริมความงามให้ใบหน้าหลายชนิด ไฟในห้องจางสลัวเร้าอารมณ์ เสียงเพลงอ่อนซ่านหวานซึ้งโปรยปรายกระจายฟุ้งอยู่ในห้องปรับอากาศ ภาพชายหนุ่มติดไว้บนกำแพง นาฬิกาปลุกส่งเสียงดังติ๊กต็อก She sits drying her hair in front of the mirror. In front of her are a variety of bottles and pots of creams and lotions for her face. The light in the room is enticingly dim. The discreet sound of sweet music pervades the air- conditioned room. Picture of a young man on a wall. Loud tic-tac of the alarm clock.
เธอไม่ได้สวมเสื้อ หน้าอกได้ขนาดตั้งชูชันเพราะเพิ่งเสร็จจากการเช็ดตัวมาหมาดๆ เธอช้อนหน้าอกข้างหนึ่งขึ้น ก้มลงมองดูมัน เส้นผมย้อยลงมาคลอเคลียอยู่บนนั้น เธอสังเกตเป็นพิเศษไปที่หัวนม จากนั้นใช้มืออีกข้างประคองเต้านมข้างที่เหลือขึ้นมา มันยกตัวขึ้นนูนดูอวบขาวอิ่มมือ เธอรู้สึกพอใจใหลหลงกับหัวนมสีชมพูอมแดงเรื่อของตัวเอง She isn’t wearing a blouse. Her breasts are well-proportioned and erect as they have just been wiped dry. She raises one breast and bows her head to examine it. Her hair droops down and flops over the breast. She pays special attention to the tit. After that she uses the opposite hand to palm and lift the other breast, holding it and looking at the white plumpness filling her hand. She feels smitten with her red-pink tits.
เธอมองตัวเองในกระจก ทำหน้าทำตาเปลี่ยนไปเรื่อย ยืดอกขึ้น สันหลังลึกลงเป็นแนว เอวคอดกระชับลงมา เธอยิ้มให้ตัวเองในกระจกอีกครั้ง เสียงเพลงยังคงบรรเลงอยู่สม่ำเสมอ She looks at herself in the mirror, taking various poses and express- ions, pushing her chest up, her backbone a straight line down, her waist narrow. She smiles at herself in the mirror once again. The song is still purring on evenly.
เธอหันมองโปสเตอร์หนุ่มนักร้องบนกำแพงอีกด้าน จ้องมองไปที่เป้ากางเกงของเขา อมยิ้มน้อยๆแล้วทำท่าคิด เธอลุกขึ้นเดินไปที่แผ่นโปสเตอร์ ใช้มือลูบไปบนแผ่นโปสเตอร์ โดยเฉพาะตรงบริเวณอวัยวะเพศและแผงหน้าอก – เขาใส่เสื้อกล้าม นุ่งกางเกงหนังรัดรูปสีดำมัน เธอใช้ใบหน้าคลุกเคล้าไปที่เนื้อตัวของเขา หลับตาพริ้ม มือข้างหนึ่งล้วงนิ้วเข้าไปในอวัยวะเพศของตัวเอง … สำเร็จความใคร่ … เสียงครางดังเบาๆเป็นระยะต่อเนื่อง เสร็จแล้วเธอทรุดกองลงบนพื้นปูพรมสีแดง หอบหายใจแรงถี่ She turns to look at the poster of a young crooner on another wall, stares at his crotch, has a little smile and then takes a thoughtful pose.  She gets up and walks over to the poster, strokes it with her hand, especially the sexual organ and the chest – he’s wearing a vest and tight, shiny black leather trousers. She uses her face to touch his flesh, shuts her eyes tight, one hand pointing her fingers to enter her own sex … and come to a climax after sustained bouts of low groans. When she’s done she collapses onto the floor covered with a red carpet, breathing hard.
ผ่านไปเนิ่นนาน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น After a long while, the phone rings.
เธอเปิดเปลือกตา ส่ายหัวคล้ายเบื่อหน่าย สูดลมหายใจเฮือกใหญ่ เดินไปที่โทรศัพท์ ยกหูโทรศัพท์ She raises her eyelids, shakes her head as if fed up, takes a deep breath, walks over to the phone, lifts the handset.
“ทำอะไรอยู่เอ่ย” เป็นเสียงของเขา ‘What are you doing?’ It’s his voice.
“เปล่านี่คะ” เธอตอบ พลางมองไปที่แผ่นโปสเตอร์ ลูบผมตัวเองอย่างไม่รู้จะทำอะไร รอคอยเสียงพูดต่อไป ‘Nothing,’ she answers while looking at the poster, stroking her hair, not knowing what else to do, waiting for his voice to say something next.
“ผมคิดถึงคุณ” ‘I miss you.’
“ฉันก็ … คิดถึงคุณเหมือนกันค่ะ” ‘I … I miss you too.’
“ออกมาเจอกันได้ไหม ให้ผมไปรับก็ได้” เขาชวนเสียงนุ่ม ‘Come out and let’s meet, okay? I’ll go and fetch you,’ he entices with a soft voice.
“ไปไหนคะ … พรุ่งนี้ได้ไหม วันนี้ฉันเหนื่อย” ‘Where to? … How about tomorrow? Today I’m tired.’
“ว้า … เหนื่อยเหรอ … ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ก็ได้ สวัสดีครับ” ‘Oh, no! Tired? Oh well, never mind then. See you tomorrow. Goodnight.’
“สวัสดีคะ” ‘Goodnight.’
เธอวางหู ทำท่าโล่งอก เดินไปที่ตู้เสื้อผ้า หยิบชุดนอนมาใส่ เดินไปปิดวิทยุ หยิบหนังสือ พิศวาสหรรษา ขึ้นมา หรี่ไฟโคมที่หัวเตียงลงครึ่งหนึ่ง อ่านหนังสือ… She puts down the handset, looks relieved, walks over to the wardrobe, takes out her nightdress and slips it on, walks over to switch off the radio, picks up the book Tender delights, reduces by half the light of the lamp at the head of her bed and reads…
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด ดึงสายโทรศัพท์ออกคว่ำหนังสือลง ตาจ้องมองเพดาน สักพักตะแคงตัวหันไปดูโปสเตอร์แผ่นนั้นอีก จ้องมองเนิ่นนาน The phone rings. She frowns in irritation, unplugs the phone, puts down the book. Her eyes stare at the ceiling. After a while she lies on one side to look at the poster again and stares at it for a long time.
=
สมุดบันทึก The diary
ตีสอง … เธอหยิบสมุดบันทึกขึ้นมา Two in the morning … She picks up her diary.
นี่คือสิ่งที่เธอบันทึก This is what she writes:
ฉันรู้ว่าเขาไม่ได้รักฉันจริง ฉันรู้ตลอดเวลาว่าเขามีหญิงอื่นอยู่ในหัวใจ ยามที่เขาหลับนอนกับฉัน เขาเห็นใบหน้าฉันเป็นหญิงอื่น เขาร่วมรักกับฉันอย่างหยาบคาย ใช้ลิ้นเลียอวัยวะเพศของฉันอย่างหื่นกระหาย เขาอยากให้ฉันร้องครวญครางเพื่อให้เขามั่นใจว่าเขาเป็นผู้ชายขึ้นมาอีกนิด ฉันจะบอกให้ก็ได้ ลีลาของเขาน่ะแย่มาก สู้…ก็ไม่ได้ I know he doesn’t love me really. I’ve known all the time that he has another woman in his heart. When he sleeps with me, he sees my face as that of another woman. He makes love to me crudely, uses his tongue to lick my sex with lust. He’d like me to moan and groan to be certain he is a bit more of a man. Let me tell him, his performance is very clumsy. He can’t compare with …’
เธอปิดสมุดบันทึก She closes the diary.
=
ความฝัน The dream
คืนนั้นเธอหลับฝัน เธอฝันเห็นตัวเองถูกเขาวิ่งไล่ไปรอบภูเขาใหญ่ ในฝันนั้นหน้าตาของเธอเหมือนเขามาก เธอมาสะดุ้งอีกครั้งเมื่อดิลโด้ (เครื่องมือสั่นสะเทือนสำหรับเพศหญิง) ตามวิ่งไล่เธอมาจากที่แสนไกล มันทะลวงอวัยวะเพศของเธอจนขาดกระจุย สักพักร่างหญิงอีกคนก็ปรากฏขึ้น เป็นผู้หญิงที่เธอคิดว่าเขาฝันเห็นยามร่วมหลับนอนกับเธอ เธอจิกผมผู้หญิงคนนั้น ใช้ดิลโด้ทะลวงเข้าไปในปากผู้หญิงคนนั้น เธอรู้สึกหวาดกลัวต่อภาพของตัวเองที่ปรากฏในฝัน That night she dreams. She dreams she sees herself being chased by him around a big mountain. In that dream she looks very much like him. She is startled once again when a dildo (vibrating instrument for women) chases her from afar. It pierces through her sexual organ and tears it apart. After a moment the body of another woman appears. It’s the woman she thinks he dreams he sees when he makes love to her. She pulls that woman’s hair, uses the dildo to enter that woman’s mouth. She feels terrified by the picture of herself that appears in the dream. ===[Way back at the end of the twentieth century, it seems Thai readers still needed to be told what a dildo was. If only to have it misused in dreams.]
=
โลกของเขา His world
เธอโทรศัพท์ไปหาเขา เขาเพิ่งเสร็จจากการดูรายการโทรทัศน์ภาคดึก เธอรีบเล่าให้เขาฟังถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในความฝัน เขาซักเธอใหญ่โต ทำท่าสนอกสนใจเป็นพิเศษ เธอเล่าไปร้องไห้ไป She phones him. He has just finished looking at the late night programme on television. She hurriedly tells him what happened in her dream. He asks her many questions, pretending to look especially interested. She cries as she tells him.
“คุณเล่าให้ผมฟังใหม่ได้ไหม” เขาพูด พลางปลดกางเกงชาวเลออก ‘Can you tell me all over again?’ he says as he undoes his loose trousers.
“ทำไมหรอคะ … ฉันไม่อยากเล่าซ้ำแล้ว…” ‘Why? … I don’t want to tell you all over again…’
“เถอะนะ … ผมรู้สึกว่าเรื่องราวมันน่าสนใจ ผมคิดว่ามันเป็น…” ‘Come now … I think it’s an exciting story. I feel it’s…’
เธอเล่าให้เขาฟังอีกรอบ … ตลอดเวลานั้นเขาสำเร็จความใคร่ไปด้วย She tells him all over again … and as she does so, he masturbates.
=
โลกภายนอก The outside world
เสร็จจากการคุยโทรศัพท์ เขาหลับไปพักใหญ่ ตื่นขึ้นมาอีกทีก็ได้เวลาต้องไปทำงาน เขารีบอาบน้ำแต่งตัวเป็นการใหญ่ แล้วออกมายืนรอรถเมล์หน้าซอย สาวบ้านางหนึ่งวิ่งเปลือยกายออกมาจากซอย ผู้คนหลบกันกระเจิง ในมือสาวบ้ามีมีดเล่มหนึ่ง เขาเองหลบไปยืนอยู่หลังถังขยะเช่นกัน สาวบ้ามองหน้าเขาอย่างเคียดแค้น เขารู้สึกตกใจกลัว แต่ก็แอบมองไปที่ขนบริเวณอวัยวะเพศของเธอ เขาคิดเทียบขนาดหน้าอกของเธอกับสาวคนรัก สาวบ้าวิ่งเข้ามาเงื้อมีดจะแทงเขา เขาวิ่งหนี ผู้คนฮือฮากันใหญ่ เขาตกใจสุดขีดแข้งขาสั่น มีพลเมืองดีสองสามคนกับตำรวจอีกคนหนึ่งเข้ามาปล้ำแย่งมีดไปจากสาวบ้า เขายืนเหงื่อแตก ปลดปมเนกไทออก เฝ้าดูเหตุการณ์ต่อไป… Once the phone conversation is over, he sleeps for hours. When he wakes up it’s time for him to go to work. He showers and dresses in a hurry and then goes out to stand waiting for the bus at the head of the street. A naked mad woman runs out onto the street, scattering people in her flight. She holds a knife in her hand. He too retreats to stand behind a rubbish bin. The mad woman stares at him resentfully. He feels scared but steals a glance at her pubic hair. He thinks of comparing the size of her breasts with those of his lover. The mad woman rushes at him, raising her knife to strike him. He scampers. There’s pandemonium. He is in a panic, shaking all over. A few good citizens and a police officer jump on the woman to take the knife away from her. He stands sweating, loosens up his tie and watches what’s happening next…
=
โลกของเขาและเธอ The world of him and her
เขาและเธอเจอกันที่ทำงาน เธอกำลังนั่งร้องไห้ มีเพื่อนสาวสองสามคนนั่งปลอบอยู่ เขาเข้าไปหา เมื่อเธอเห็นเขา เธอร้องไห้ไม่หยุด เขาโอบกอดเธอไว้ เขาเล่าเรื่องที่ประสบมาเมื่อเช้าให้เธอฟัง เธอฟังบ้างไม่ฟังบ้าง เธอบอกว่าช่วงนี้เธอรู้สึกโชคไม่ดี เธอชวนเขาไปหาหมอดู แต่เขาทักท้วงว่าไร้สาระ เธอบอกว่าก็น่าจะลองดู ไม่เสียหายอะไร เขาตกลงไปกับเธอ ทั้งสองแยกย้ายกันไปทำงาน ทั้งวันเธอและเขารู้สึกไม่สบายใจ … เธอหวังพึ่งหมอดูเป็นหลัก ส่วนเขารู้สึกเบื่อ He and she meet at work. She sits crying. A few female friends sit comforting her. He goes over to her. When she sees him, she won’t stop crying. He takes her in his arms. He tells her what happened this morning. She listens distractedly. She tells him that these days she feels out of luck. She invites him to go and see a fortune teller but he protests it’s nonsense. She tells him they should try, there’s nothing to lose. He agrees to go with her. They split to do their work. All day he and she feel unhappy … She puts her trust in fortune tellers. As for him, it bores him.
เวลาเลิกงานมาถึง เขาและเธอจับรถแท็กซี่มุ่งหน้าไปที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งหมอดูคนดังกำลังนั่งดูดวง When work is over, he and she take a taxi to go to a hotel where a well-known fortune teller sits reading the stars.
=
โชคลาง The omen
“หนูเป็นอะไรคะหมอ” เธอพูดขึ้นเมื่อเล่าเรื่องราวในฝันให้หมอฟัง ‘What’s the matter with me, master?’ she says when she has told the fortune teller her dream. หมอ: usually, ‘doctor’.
“หนูเป็นโรคอยากมีผัว” หมอดูพูดพลางยิ้ม ‘Your sickness is you want a mate,’ the fortune teller says with a smile.
เธอรู้สึกโกรธและอาย กำมือเขาแน่น She feels angry and ashamed, grabs her lover’s hand hard.
“หมอพูดดีๆนะ หมอกำลังพูดอยู่กับสุภาพสตรีนะ” เขาเตือนเสียงขุ่น ‘Please be polite, you’re talking to a lady here,’ he warns in a murky voice.
“เจ้าอย่ามาทำโอหัง … ข้าคือผู้รู้ดินฟ้ามหาสมุทร” หมอดูทำท่าคล้ายคนทรง ‘Don’t be arrogant … I’m the one who knows earth, sky and oceans.’ The seer plays it out as if he is a medium.
“แล้วจะให้ทำยังไง” เขาถาม ‘What do you want her to do,’ he asks.
“ต้องแต่งงาน … ต้องแต่งงาน แล้วทุกอย่างจะเรียบร้อยคืนสู่ปกติ” ‘Get married … She must get mar- ried and then everything will be back to normal.’
“แต่งงาน!” เธออุทาน ‘Get married,’ she exclaims.
“ใช่ … ต้องแต่งงาน” ‘Yes … you must get married.’
เขาและเธอเงียบ จ้องมองหน้ากัน ต่างคนต่างคิดว่า “เวลานี้มาถึงจนได้…” He and she are silent, staring at each other, each thinking ‘So the time has come…’
=
การแต่งงาน Getting married
ทั้งสองแต่งงานกันในอีกสามเดือนต่อมา แขกเหรื่อล้วนเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนใหม่ของทั้งสองฝ่าย เจ้าบ่าวเจ้าสาวฉีกยิ้มต้อนรับผู้มาในงานเป็นอย่างดี The two of them get married three months later. The guests are old and new friends on both sides. The bride- groom and the bride tear off welcome smiles at those who have come to the wedding nicely.
เมื่อเลิกงานกลับเข้าเรือนหอซึ่งเป็นบ้านของเขา ตลอดเวลาที่นั่งรถกลับมา ต่างคนต่างไม่พูดอะไรกัน เธอคิดถึงดิลโด้ ส่วนเขาคิดถึงสาวบ้า ทั้งสองทุกข์ร้อนใจอยู่กับเรื่องส่วนตัวของตัวเอง ต่างคนต่างหน้าบึ้ง When the wedding is over and they return to the bridal house, which is his house, all the time they sit in the car on the way back, neither of them says anything. She thinks of the dildo. As for him, he thinks of the mad woman. Both worry about personal concerns. Each has a sullen face.
เมื่อเข้าไปในห้อง ทั้งสองดูเหนื่อยหน่าย เขาพยายามชวนเธอคุย When they enter the room they both look exhausted. He tries to make her speak.
“เป็นไงบ้างจ๊ะ … งานคืนนี้คงทำให้คุณเหนื่อยมากเลยใช่ไหม” ‘How are you, darling? The party tonight must have tired you out, mustn’t it?’
“ค่ะ … คุณก็ด้วยใช่ไหมคะ” ‘Yes … and you too, right?’
ทั้งสองพูดจาพอเป็นพิธี เขาขอตัวเข้าห้องน้ำ ขณะอาบน้ำเขาครุ่นคิดหาคำพูดที่จะใช้พูดกับเธอเมื่อออกจากห้องน้ำ เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง จ้องมองตัวเองในกระจก เหลือบมองไปที่กำแพง มีโปสเตอร์รูปดาราผู้หญิงคนหนึ่งติดอยู่ เธอถอนหายใจ Having both spoken for the sake of it, he retreats into the bathroom. As he showers he ponders what he is going to say to her when he comes out of the bathroom. She sits on the chair in front of the dressing table, staring at herself in the mirror, then glancing at the wall. There is the poster of a female star. She sighs.
อาบน้ำเสร็จ เขาออกมาจากห้องน้ำ นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว เธอมองหน้าเขา เขามองหน้าเธอ ทั้งสองรู้สึกกระอักกระอ่วน ยิ้มแห้งๆให้กัน เขาตัดบทโดยการเดินไปที่เครื่องเล่นวิดีโอ ยัดเทปเข้าไปม้วนหนึ่ง เธอมองเขาตลอดเวลา ภาพปรากฏขึ้น… Having showered he comes out of the bathroom, a towel around his waist. She stares at him. He stares at her. They both feel awkward, smile drily at each other. He cuts things short by walking over to the video set, stuffs a tape in it. She watches him all the time. An image appears…
เขานั่งลงบนเตียง พยักหน้าให้เธอเข้าไปหา เธอลุกขึ้นอย่างว่าง่าย ทั้งสองดูวิดีโอกันเงียบๆ He sits down on the bed, nods to have her join him. She gets up obediently. Both look at the video in silence.
เขาค่อยๆ เอื้อมมือไปกอดเอวเธอ เธอซบหน้าที่ไหล่ของเขา เขาถกกระโปรงชุดแต่งงานของเธอ ล้วงมือเข้าไปในกางเกงใน เธอหลับตาแน่นกอดกระหวัดรัดตัวเขา จิกเล็บลงบนหัวไหล่ของเขา He slowly stretches his hand to hold her waist. She buries her face into his shoulder. He hitches up her wedding dress, slides his hand into her pants. She closes her eyes tightly, hugs him tightly, digs her nails into his shoulder.
เขาผลักเธอนอนลง … เขาทำท่าทางทุกอย่างเลียนแบบจากภาพบนจอ กระทั่งเสร็จจึงปิดเครื่องเล่น He pushes her to lie down … He does exactly everything in the same way as the pictures on screen until it’s over and he shuts the video.
ต่างฝ่ายต่างเงียบ Each side is silent.
“ราตรีสวัสดิ์” เขาพูด ‘Goodnight,’ he says.
“ราตรีสวัสดิ์” เธอพูด ‘Goodnight,’ she says.
เขาเอื้อมมือปิดไฟหัวเตียง ทั้งสองนอนหันหลังให้กัน ลืมตาโพลงในความมืด He reaches out to switch off the light at the head of the bed. They lie turning their backs to each other, eyes wide open in the dark.
= ‘Laeo thang song kor yoo dueikan’ in Chor Karrakeit 18, 1994
Chen Chomthawat, the son of a long retired senior police officer, writes poems and short stories
and is probably an artist (studies
at Silpakorn University).
No further information or picture
is available on the net.
.male silhouette

Tagged: , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: