Kid’s stuff – Thasanawadee

It’s never too early to learn how to cheat, buy votes and get away with it. One of the pleasures of this story in Thai is that the dialogue is in the Isan (Northeastern) dialect, which I’d be hard put to translate into any equivalent British patois. MB
ooo

เรื่องเล็กๆ ของเด็ก

KID’S STUFF

ทัศนาวดี

THASANAWADEE

TRANSLATOR’S KITCHEN
“ไม่ต้องเสียใจนะทองดี ครูรู้ว่าจริงๆ แล้วเธอคือผู้ชนะ แต่ … เดี๋ยวนี้ที่ไหนๆ ก็เหมือนกันทั้งนั้น ประชาธิปไตยจริงๆ มันอยู่ไกลเหลือเกิน” ครูสมควรปลอบใจลูกศิษย์ที่เพิ่งพ่ายแพ้ต่อการเลือกตั้งประธานนักเรียนมาหมาดๆ ‘Don’t be disappointed, Thongdee. I know the real winner is you, but … These days it’s the same every­where. True democracy is so far off.’ Teacher Somkhuan was trying to console his pupil who had just lost the election to school prefect. เสียใจ, usually ‘to be sorry, to regret’, is better translated here as ‘to be disappointed’ (usually ผิดหวัง).
นักเรียนกลุ่มเล็กๆ เดินตามหลังออกมาจากห้องประชุมของโรงเรียน ภายในยังคงอึกทึกครึกโครม และมีเสียงไชโยโห่ร้องแสดงความยินดี เผด็จ ลูกชายกำนันดำรง ถูกเพื่อนร่างใหญ่จับขึ้นขี่คอ เขาชูกำปั้นทั้งสองข้างประกาศชัยชนะ A small group of pupils followed them out of the school’s meeting room. Inside tumult still reigned and there were shrill whoops of delight. Phadet, Kamnan* Damrong’s son, hoisted on the shoulders of a stout friend, shook his raised fists to proclaim victory. * Head of a tambon (ตำบล), i.e. a group of villages.  In English, you ride someone else’s shoulders; in Thai, their necks.
“ครูว่าอีหยัง ทองดี” เพื่อนคนหนึ่งถามขึ้นเมื่อกระชั้นฝีเท้าเข้ามาทันหลังจากที่ครูสมควรผละไป ‘What did teacher say, Thongdee?’ a friend asked when he caught up with him after Teacher Somkhuan had left.
“บ่มีหยังดอก” ทองดีตอบเพื่อน แววตาเศร้าๆ ของเขาก้มลงต่ำ เท้าทั้งสองงุดๆ ไปยังห้องเรียน ‘Nothing much,’ Thongdee answered his friend. He cast his sorrowful eyes down. His feet reluctantly made for the classroom.
“มันขี้โกง แจกลูกอมจ้างเด็ก” หนึ่งในเพื่อนของทองดีซึ่งมีไม่กี่คนกระแทกเสียงอย่างไม่พอใจ ‘He cheated! He gave out sweets to the little kids to buy them off,’ another of Thongdee’s friends, of whom there weren’t many, raised his voice, sound- ing cross.
“คอยดูนะ กูจะบอกครูใหญ่ กูเห็นมันแจกขนมด้วยที่ใต้ต้นยูคา” อีกคนพูดสนับสนุน ‘Just you wait: I’ll tell the principal. I saw him handing out cakes as well under the eucalyptus,’ another one said in support.
“ต้องให้เลือกตั้งใหม่ แม่นบ่ทองดี กูว่ามึงต้องได้แหงๆ” เพื่อนอีกคนพูดขึ้น ยกแขนโอบไหล่ ‘The election must be done all over again, right, Thongdee? I think you’ll win hands down,’ yet another friend said, putting his arm around Thong- dee’s shoulders.
“เซาๆ บ่ต้องดอก แล้วก็แล้วกันไป คะแนนออกมาแล้วบ่มีประโยชน์ดอก เดี๋ยวถูกตีก้นลายเปล่าๆ” ทองดีตัดบท ‘Stop. No need. Whatever is done is done. The results are out, there’s no point. We’d only make asses of ourselves.’ Thongdee ended the matter abruptly.
เสียงระฆังดังรัวเป็นสัญญาณเข้าแถวกลับบ้าน นักเรียนกรูกันไปที่ห้องเรียน ฉวยกระเป๋าได้ต่างวิ่งมาเข้าแถวหน้าเสาธง เสียงสวดมนต์ไหว้พระแว่วมาเหมือนเช่นทุกวัน The bell rang to signal it was time to get into line to go back home. The pupils swarmed back into the class- rooms to pick up their schoolbags and ran out to file up in front of the flagpole. The prayers resounded as every day.
บักเด็จสวดมนต์กะบ่ถูก เสียงกะสั่นๆ สู้บักดีบ่ได้” เพื่อนคนหนึ่งออกความเห็นขณะเดินกลับบ้าน ‘’Det’s no good at prayers. He kept stumbling over words. He can’t hold a candle to ’Dee,’ one friend stated as they walked back home. บัก: in the Isan dialect, a prefix for young boys (อี for young girls), better left untranslated.
“เขาเพิ่งเป็นประธานวันแรก อีกหน่อยก็ชินก็เก่งไปเอง” ทองดีเอ่ยตอบเพื่อนด้วยความรำคาญ เขาไม่เสียใจเท่าใดดอกกับการพ่ายแพ้ครั้งนี้ เพราะลางมันบอกมาก่อนแล้ว ‘It’s just his first day as prefect. Before long he’ll be used to it and perform well,’ Thongdee answered in irritation. He wasn’t that distraught about losing this time, because he had had a premonition of it.
= =
ทองดีเป็นเด็กเรียนเก่ง กล้าพูด กล้าแสดงออก ลักษณะการเป็นผู้นำของเขาเริ่มฉายแววมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เขาได้รับแต่งตั้งจากประธานนักเรียนคนก่อนให้เป็นรองประธาน ซึ่งคณะครูทุกคนก็เห็นด้วย และนั่นดูเหมือนจะเป็นสิ่งทำนายไว้ล่วงหน้าว่าเขาจะสืบทอดตำแหน่งของรุ่นพี่ได้ไม่ยาก เพราะเหมือนกับเป็นการฝึกประสบการณ์ไปในตัวนั่นเอง หากว่าเขาไม่ลงสมัคร ครูก็คงบังคับให้เขาสมัครเป็นแน่ ด้วยเขานั้นเป็นตัวเก็งและมีผลงานปรากฏ Thongdee was a star pupil, who dared to speak out, dared to express himself. His aptitude as a leader had begun to show the year before. He had been selected as vice-prefect by the previous prefect, with the approval of all of the teachers, and that seemed to have been an early indication that he would inherit the post easily because being vice-prefect seemed to be a good way of getting experience. If he hadn’t postulated, the teachers would for sure have compelled him to, given that he was bright and performed well.
ปีที่แล้วทองดีชนะเลิศตอบปัญหาในวันประถมศึกษาแห่งชาติที่ทางอำเภอจัดขึ้น อีกทั้งชนะเลิศการอ่านทำนองเสนาะระดับจังหวัดอีกด้วย พอมาถึงวันเด็กแห่งชาติ เขาก็สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนด้วยการชนะเลิศการประกวดเรียงความ ครูและนักเรียนทุกคนชื่นชมเขาเป็นอย่างยิ่ง Last year Thongdee got top prize in the knowledge quiz at national primary education level organised by the district. Besides, he also got top prize for expressive reading at provincial level. When National Children’s Day came, he brought fame to the school by winning top prize in written composition. Both teachers and pupils showered him with praise.
ส่วนเผด็จ เขาเป็นลูกชายคนเดียวของกำนันดำรงซึ่งเพิ่งได้รับเลือกตั้งเมื่อสองปีก่อน โดยชนะคู่แข่งอย่างเฉียดฉิว กำนันรักและเอาใจเผด็จเป็นที่สุด ด้วยความเป็นอยู่ระดับเศรษฐีของตำบลพลอยทำให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของกำนันโดดเด่นกว่าเด็กคนอื่นในโรงเรียน As for Phadeit, he was the only son of Kamnan Damrong, who had been elected two years earlier by a narrow margin. The kamnan loved his son and indulged him to the utmost. With his status as the wealthy man of the tambon, his darling son was outstand- ing among the children at school. เป็นที่สุด: or ‘in everything’. In another context หัวแก้วหัวแหวน would be translated as ‘the apple of [his] eye’.
เลิศกีฬากลุ่มเมื่อปีที่แล้ว ทั้งตะกร้อ วอลเลย์บอล และฟุตบอล แถมยังได้รับเลือกเป็นนักกีฬาดีเด่นประเภทฟุตบอลอีกด้วย แทบจะเรียกได้ว่าหากไม่มีเผด็จอยู่ในทีมด้วยแล้ว ถ้วยรางวัลทั้งสามประเภทนี้คงตกไปอยู่กับคนอื่นเป็นแน่ สิ่งเหล่านี้ดูจะเป็นที่ประทับใจของพวกที่ชอบเล่นกีฬาเป็นอย่างยิ่ง และก็ทำให้คะแนนนิยมในตัวเขามีมากขึ้นอย่างน่ากลัวแทนทองดี Phadeit was more gifted for playing sports than for learning. He brought fame to the school by winning in collective sports the year before – in sepak-takroh, volleyball and football. On top of it, he was elected best football player. It could almost be said that if Phadeit hadn’t been in the team, no doubt the three cups would have fallen into other hands. Such things seemed most impressive to those who loved sports and his popularity had grown to worrying proportions for Thongdee.
อย่างไรก็ตาม ทองดียังคงเป็น “เต็งหนึ่ง” ในสายตาเพื่อนๆ และน้องๆ ด้วยอุปนิสัยที่เรียบร้อย เรียนดี และมีประสบการณ์มาแล้ว โดยเฉพาะพวกผู้หญิงดูจะไม่ค่อยพอใจความเป็นคนใจร้อนและมุทะลุดุดันของเผด็จนัก In any case, Thongdee was still a ‘sure bet’ in the eyes of his friends and juniors given his good manners, good marks and experience. The girls in particular didn’t seem very happy about Phadeit’s hot temper and truculence.
การเลือกตั้งคราวนี้จึงเป็นการชิงตำแหน่งกันระหว่าง เด็กชายทองดีลูกนายทองสาหาปลา กับ เด็กชายเผด็จ ลูกกำนันดำรงแห่งตำบลโคกกลาง The election this time was thus a contest between Schoolboy Thongdee, the son of fisherman Thongsa, and Schoolboy Phadet, the son of Kamnan Damrong, the head of Khoak Klang tambon.
= =
“อ้ายทองดี ข้อยว่าสิเลือกเจ้าอยู่ แต่ข้อยหย้านบาป” หนูน้อยชั้นเด็กเล็กคนหนึ่งพูดขึ้นซื่อๆ ขณะเดินกลับบ้านทางเดียวกัน ‘Thongdee, I wanted to vote for you, but I committed a sin,’ one child in the junior class said ingenuously as they took the same road back home.
ทองดีไม่พูดอะไรต่อคำ พยักหน้าหงึกๆ รับทราบ ลูบหัวเด็กน้อยคนนั้น คำพูดของครูใหญ่ในตอนเช้าดังก้องกังวาน Thongdee didn’t utter a word, but nodded in acknowledgement and stroked the head of the little chum. The principal’s words this morning still resounded in his head.
“วันนี้เป็นวันเลือกตั้งประธานนักเรียนของโรงเรียนเรา ช่วงเช้า ป. 6 ต้องช่วยภารโรงเตรียมสถานที่ จัดให้เหมือนกับการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ทุกคนต้องไปเลือกตั้ง ห้ามหนี ห้ามลา เพื่อเป็นตัวอย่างแก่พ่อแม่ผู้ปกครอง ครูทุกคนจะเข้าไปดูแลให้เกิดความยุติธรรมแก่ผู้สมัครทั้งสอง ส่วนเด็กเล็กและชั้น ป. 1 ยังกาเครื่องหมายไม่เป็น ให้ใช้วิธีวิ่งไปหาผู้สมัครซึ่งจะเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการเลือกตั้ง ‘Today is election day for the leader of the pupils of our school. This morning the sixth-formers must help the caretaker to prepare the place and organise it according to the rules of a democratic election. No shirking. Every­body must vote, to serve as an example to parents. All the teachers will make sure the two candidates are treated equally. As for the younger children and first-formers, since they still don’t know how to mark bulletins, let them use the method of going to stand by the candidate of their choice, once the normal voting is over.’ ป. 6: Note that there is no need to write that this is ‘Prathom 6’ (dutifully followed by the mention ‘(Grade 6)’ to enlighten US readers). Just call it ‘Elementary 6’ or ‘six-form’ or, as here, ‘six-formers’ or else ‘the sixth year of schooling’.
    The sentences in the middle have been slightly reshuffled for fluency (the principal’s speech is in mainstream Thai, not Isan dialect).
ทองดีเหลือบมองดูมือข้างหนึ่งของเด็กน้อยที่กำลูกอมสองเม็ดไว้แน่น… เขาคิดถึงคะแนนที่ทิ้งคู่แข่งค่อนข้างห่างหลังจากที่การนับคะแนน ป. 2 ถึง ป. 6 จบลง เสียงไชโยอย่างมั่นอกมั่นใจจากกองเชียร์ของเขาดังกึกก้อง จนครูต้องปรามให้เงียบๆ เขาชนะแล้ว ตั้ง 26 คะแนน เมื่อคิดดูเด็กเล็กและ ป. 1 ซึ่งรวมกันทั้งหมด 34 คน เขาก็น่าจะชนะอย่างลอยลำ เวลาที่รอคอยใกล้เข้ามา เขาอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ หัวใจเต้นกระทบอกอยู่ตึงๆ Thongdee glanced sideways at the hand of the little child still wrapped around two bits of candy. He thought of the votes tallied among second- to sixth-formers that left his competitor rather far behind. The cheers of his confident supporters resounded so loudly the teachers had to quieten them down. He had already won by 26 votes. Considering that the little kids and first-formers numbered 34, he should sail through to victory. As the moment he was waiting for got closer, he couldn’t help feeling excited. His heart knocked against his ribcage. ซึ่งจะเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการเลือกตั้ง: literally, ‘which will be the last stage of the election process’.
แต่…ทุกอย่างกลับผิดคาด พอครูบอกให้เด็กๆ ที่เหลือวิ่งไปหาผู้สมัครที่ตัวเองจะเลือกเท่านั้น ทุกคนต่างก็เฮโลไปที่เผด็จทั้งหมด มีบางคนที่ลังเลและหลงทางไปบ้าง แต่มันก็เป็นเพียงภาพลวงตาซึ่งเกิดขึ้นชั่วขณะ But everything was thrown topsy-turvy. As soon as the teacher told the remaining children to run to the candidate of their choice, all of them went over to Phadeit. Some did hesitate or lose their way but it was merely an illusion that didn’t last.
อ้ายทองดี ข้อยให้เจ้าหนึ่งก้อน” เด็กน้อยคนนั้นยื่นลูกอมเปียกเหงื่อส่งให้เขา Here, Thongdee, have one.’ The little child proffered a piece of candy sticky with sweat. อ้ายทองดี ข้อยให้เจ้าหนึ่งก้อน: literally ‘Thongdee, I give you one’.
ทองดียิ้มเฝื่อน ส่ายหน้าช้าๆ Thongdee smiled wryly and shook his head slowly.
“อ้ายบ่เอาดอก มันสิบาป อ้ายบ่ได้เลือกเขา” ‘I don’t want it. It’d be a sin. I didn’t choose him.’
= =
“แพ้ลูกกำนันแม่นบ่” พ่อถามขึ้นทันทีที่เห็นหน้า ‘You lost to the kamnan’s son, didn’t you?’ his father asked as soon as he saw his face.
“แพ้เขา 8 คะแนน” ทองดีตอบไม่เต็มเสียงนัก เขารู้ดีว่าพ่อสนใจเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน และก็คงแอบลุ้นเงียบๆ อยากให้เขาได้เป็นประธานนักเรียน ‘I lost by eight votes,’ Thongdee answered in not too firm a voice. He knew very well that his father too was interested in this matter and must have been quietly rooting for him to become school prefect.
“เขาว่ามันขี้โกงเหมือนพ่อมัน” พ่อดีดบุหรี่ลอยไปตกตรงลานบ้าน ‘They say he cheated like his father did.’ His father flicked his cigarette onto the courtyard.
สองปีที่แล้วทองดีได้ยินข่าวการซื้อเสียงในการเลือกตั้งกำนันเหมือนกัน มีการประท้วงไปถึงอำเภอ ถึงขนาดเดินขบวน แต่ก็ไม่เป็นผล เรื่องค่อยๆ เงียบหายไปเหมือนคลื่นกระทบฝั่ง Two years earlier Thongdee too had heard of vote buying in the kamnan election. There had been protests and even a march to the district town, but it had been in vain. The matter had gradually lost momentum like waves reaching the shore.
“บ่ต้องเสียใจดอกลูก เรามันจน ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว” พ่อปลอบใจเขาเหมือนครูสมควร แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องประชาธิปไตย ‘You mustn’t be disappointed, son. We’re poor. Having done this much is good enough,’ his father consoled him as had Teacher Somkhuan, but didn’t say anything about democracy.
“เดี๋ยวไปกัน ค่ำนี้พ่อจะพาไปแขวนเบ็ดไกลหน่อย โนนหนองแสงโน่น” พ่อคว้ากระเป๋ายาสูบและผ้าขาวม้า เดินนำหน้าลงบันได ‘Let’s go. This evening I’ll take you to set up the baits a bit far – to Nong Saeng over there.’ His father took his tobacco pouch and pha-khama* and walked ahead down the stairs. * A length of chequered, all-purpose cloth (as pictured under the Thai title).
“อย่าอยู่ค่ำนักเด้อ ลมเขื่อนหน้านี้ยิ่งแรง” เสียงตะโกนดังมาจากในครัว แม่ก็พูดไปยังงั้นแหละ เขาได้ยินจนชินแล้ว แม่จะพูดในลักษณะนี้แทบทุกครั้ง ‘Don’t stay out late. The wind from the dam is fierce in this season.’ The shouting came from the kitchen. It was Mother speaking up merely to say something. They were used to it. She talked that way almost every time.
ทองดีเดินตามหลังพ่อ ถนนกลางหมู่บ้านเกลื่อนกลาดไปด้วยกระดาษห่อลูกอมหลากสี แววตาเขาสลดลงเล็กน้อย แต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น Thongdee followed his father. The road in the middle of the village was bestrewn with candy wrappers of various colours. His eyes grew a little sad, but not for long.
= =
ลมเขื่อนยามค่ำเริงไล่ระลอกคลื่นตีข้างเรือโคลงเคลงไปมา ทองดีไม่ประหวั่นแต่อย่างใด เขาลงเรือลำนี้กับพ่อตั้งแต่ยังไม่เข้าโรงเรียน ความเคยชินกับน้ำกับคลื่นทำให้เขารื่นเริงมากกว่าหวาดหวั่น โดยเฉพาะเมื่อนั่งอยู่ข้างๆ พ่อ The wind from the dam at the break of dusk whipped up waves which sent the boat rolling. Thongdee wasn’t appre- hens­ive in the least. He had taken this boat out with his father even before he started going to school. Being used to water and waves made him cheerful rather than scared, especially when he sat next to his father.
“ถามจริงๆ ลูกเสียใจบ่” พ่อหันมาฟื้นเรื่องของเขาอีกครั้ง ท่าทางพ่อคงเสียดายไม่น้อย ก่อนวันเลือกตั้งได้ยินพ่อคุยกับเพื่อนบ้านหลายคนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ‘Seriously now, son. Are you disap- pointed?’ his father turned to revive that matter with him. He himself seemed rather sorry. Before the election Thongdee had heard him tell several neighbours about the election.
“บ่ดอกพ่อ ข้อยบ่มีอีหยังแจกพวกเด็กน้อยก็เลยแพ้เขา” ทองดีกล่าวตอบไม่จริงจังอะไรกับเหตุการณ์เมื่อตอนบ่าย ‘Not at all, dad. I had nothing to give the little kids, so I lost,’ Thongdee answered. He wasn’t that serious about the afternoon event.
พ่อหย่อนเบ็ดราวลงน้ำอย่างคล่องแคล่ว เหยื่อปลาบู่ตัวเล็กๆ ดิ้นครู่เดียวก็สงบ พ่อเกี่ยวเบ็ดตรงกลางลำตัวของมัน ขาที่แช่น้ำกระทุ้งเป็นระยะบังคับเรือให้ลอยไป Father threw the line with its hooks into the water expertly. The small gobies had struggled only for a moment as Father planted the hooks in their middles. His legs in the water thrashed at times to make the boat float further along. .Gobies (ปลาบู่)
“เด็กน้อยเหล่านั้นก็เหมือนกับปลาบู่นี่แหละ” พ่อกล่าวขึ้นมาลอยๆ ‘Those little kids are like these gobies,’ Father remarked casually.
ทองดีอยากจะถามแต่ก็เฉยเสีย เฉไปถามเรื่องอื่น Thongdee wanted to ask but de- murred. Asked something else instead.
“พ่อ ประชาธิปไตยอยู่ไกลบ่” ‘Dad, is it true democracy is far away?’
“ถามเฮ็ดหยัง” พ่อหันมามอง ชะงักมือและเท้า ‘Why do you ask?’ Father turned to look, stilling his hands and feet.
“ครูบอกว่าประชาธิปไตยอยู่ไกลเหมือนเกิน แม่นบ่” ‘Teacher said democracy is so far off. Is this true?’
“ครูคนใด๋หือ…” ‘Which teacher?’
“ครูสมควร ครูมาปลอบใจข้อย คงรู้ว่าเขาแจกลูกอมแต่ทำอีหยังบ่ได้ ขนาดครูใหญ่ยังเกรงใจกำนันเลย” ‘Teacher Somkhuan. He came to cheer me up. He must’ve known about the candies but could do nothing about it. Even the principal is deferential to the kamnan.’
“ครูเขาเป็นคนดีนะ เขาคงรู้อยู่ดอก” พ่อปล่อยค้างไว้แค่นี้แล้วเริ่มวางเบ็ดต่อไป ‘That teacher is a good man. He must have known.’ Father left it at that and then resumed baiting the hooks.
ทองดีหันไปมองขอบฟ้าแดงระเรื่อ ดวงตะวันลอยต่ำลงใกล้พื้นน้ำ สีของมันจืดจางลงจนเขากล้าเพ่งนานๆ Thongdee turned to look at the reddening sky. The sun was sinking to water level. Its brightness was fast fading so he dared to stare at it for a long time.
“พ่อ ประชาธิปไตยอยู่ไกลบ่” ทองดีถามขึ้นอีก ‘Dad, is democracy far away?’ he asked again.
“ไกล ไกลมาก…” เสียงพ่อเลื่อนลอย ขณะหย่อนเบ็ดลงไปเรื่อยๆ ‘Far, very far…’ Father’s voice was floating as he kept throwing the hook lines.
“เรือเราไปถึงบ่พ่อ…” เขาถามเสียงแผ่ว ‘Can our boat reach it?’ Thongdee asked in a subdued voice.
“ไปบ่ถึง คลื่นลมมันแรง เรือลำเล็กแค่นี้ ไปบ่ได้” ‘No way. The wind and waves are too strong. A small boat like this couldn’t reach it.’
“แล้วรถยนต์กำนันไปถึงบ่พ่อ” ทองดีกลายเป็นเด็กช่างซักไปเสียแล้ว มิหนำยังเป็นคำถามที่หนักหน่วงในความคิดของผู้เป็นพ่ออีกด้วย ‘Then how about the kamnan’s car, dad? Can it reach it?’ Thongdee was asking so many questions, and loaded ones they were in his father’s mind.
“ไม่แน่…น้ำมันอาจจะหมด รถอาจยางแตก ถนนอาจจะลื่น” พ่อหย่อนเบ็ดช้าลง สีหน้าระโหย คล้ายกับเมื่อยล้าเอามากๆ ‘Not sure … Maybe it’d run out of petrol, a tyre might burst, the road might be slippery.’ Father’s throwing of the hook lines slowed down. He looked weary, as if utterly exhausted.
“แต่ยังดีกว่าเรือ แม่นบ่” ‘But it’s better than a boat, right?’
“ฮือ…” เสียงของพ่อแหบพร่า ‘Hmm…’ Father’s voice was hoarse.
= =
กลางคืนเดือนดับ ทองดีนอนอยู่ข้างๆ พ่อ แม่นอนอยู่ห่างๆ ริมนอกชานบ้าน น้องสองคนนอนนิ่งอยู่ในมุ้ง เสียงเครื่องขยายเสียงดังมาจากหัวบ้าน ไม่บอกทองดีก็รู้ว่ามันมาจากบ้านกำนัน เจ้าภาพกล่าวต้อนรับคณะครูที่มาร่วมแสดงความยินดีกับประธานนักเรียนคนใหม่ น้ำเสียงบ่งบอกถึงความสมหวังปลื้มปีติ In the moonless night, Thongdee lay beside his father. Mother lay at a distance by the rim of the porch. The two younger brothers lay side by side under the mosquito net. A loudspeaker started crackling at the head of the house. No need to tell Thongdee it came from the kamnan’s house. The host was welcoming the party of teachers who had come to show how pleased they were with the new school prefect. The voice betrayed delight at hopes fulfilled.
ทองดีนอนลืมตาโพลงดูดาวกะพริบพรายอยู่กลางท้องฟ้ามืด พ่อตะแคงตัวโอบเขาไว้แนบอก เสียงครูใหญ่กล่าวความในใจก่อนครูทั้งหมด พอจบ เสียงปรบมือดังลั่นระคนกับสรรพเสียงที่แสดงถึงความสุขสนุกเฮฮา หลังจากนั้นครูแต่ละคนก็ผลัดกันกล่าวแสดงความยินดีและชื่นชม Thongdee lay with eyes wide open looking at the stars twinkling in the dark sky. His father leaned over and pressed him against his chest. The principal’s voice imparted his inner feelings before all the other teachers. When it was over, there was a burst of applause mixed with voices expressing happiness and joy. After that, the teachers took turns to express their pleasure and admiration. กล่าวความในใจ: ‘expressed what he felt’ would be an alternative translation.
“ต่อไปขอเชิญคุณครูสมควรกล่าวแสดงความยินดีกับลูกศิษย์ในฐานะเป็นครูประจำชั้น ป. 6 ขอเชิญครับ” เมื่อพิธีกรจำเป็นประกาศจบ เสียงปรบมือดังกึกก้องต้อนรับ ‘And now may I invite Teacher Som- khuan to tell us about his pupil in his quality as teacher of the sixth form. Go ahead, sir.’ When the improvised presenter’s announce­ment was over, a round of applause followed.
“ผมภูมิใจกับลูกศิษย์คนนี้มาก เขาเป็นคนดี มารยาทเรียบร้อย เรียนดี เล่นกีฬาก็เก่ง สมแล้วกับตำแหน่งประธานนักเรียน โตขึ้นขอให้ได้เป็นรัฐมนตรี” ‘I am very proud of this pupil of mine. He is a good boy, well behaved, a good student and very good at sports, thus perfectly qualified to be the school prefect. When he is older, may he become a minister!’
พอเสียงอ้อแอ้ของครูสมควรจบลง ขอบตาของทองดีก็เริ่มผ่าวร้อน เขาอยากถามพ่ออีกครั้งว่าประชาธิปไตยอยู่ไกลไหม แต่ลำคอกลับตีบตัน มีเพียงเสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมา When Teacher Somkhuan’s babble was over, Thong­dee’s eyes began to feel hot. He wanted to ask his father once again if democracy was far away, but his throat was constricted, and only sobs came out.
พี่ทิด ไอ้ทองดีมันเป็นอีหยัง” แม่ลุกขึ้นนั่ง กระแทกถามอย่างห่วงใย ‘What’s the matter with ’Dee?’ Mother sat up to ask abruptly out of concern. พี่ทิด is a jewel lost in translation: ‘elder-brother-former-monk’.
“บ่เป็นหยังดอก…นอนเถอะ มันเรื่องของเด็กๆ” อ้อมแขนของพ่อโอบรัดทองดีแน่นขึ้นกว่าเดิม ‘Nothing much … Go back to sleep. Just kid’s stuff.’ Father’s arms around Thongdee held him stronger than before.
‘Rueang lek lek khong dek dek’
in Chor Karrakeit 18, 1994

 Bonus: ‘Nao Narmta’ (Cold
the tears), a song written
by Thasanawadee

(and sung by Nit Laisue)
หนาวน้ำตา-ทัศนาวดี

Thasanawadee is one pen name
of Suthat Wonkrabakthaworn,
a Maha Sarakham teacher
in his late forties
with four collections
of short stories under his belt.
.

Tagged: , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: