I am a tree – Maitree Limpichart

Tree-hugging Thai-style has been going on for centuries, as shown in this simply told story with an unusual perspective and more bite than meets the eye on the first reading. MB

ฉันคือต้นไม้

I AM A TREE

oaktree

ไมตรี ลิมปิชาติ

Maitree Limpichart

TRANSLATOR’S KITCHEN
= =
ฉันยืนต้นอยู่ในป่าลึก ลำต้นของฉันสูงใหญ่เด่นอยู่ท่ามกลางหมู่พฤกษาทั้งหลาย นอกจากภูเขาเท่านั้นที่ฉันด้อยกว่า กิ่งก้านใบของฉันแน่นหนาและแผ่กว้าง แสงอาทิตย์ไม่อาจส่องลอดได้ เบื้องล่างจึงร่มรื่น ลำธารน้อยๆ ไหลผ่านใกล้ลำต้นฉันไป น้ำในลำธารใสจนเห็นกรวดทรายท้องธารและปลาว่ายเวียน ทุกวันจะมีสัตว์ป่านานาชนิดมากินน้ำที่ลำธารสายนี้ บางตัวกินเสร็จจะอาศัยใต้ร่มใบของฉันนอนหลับอย่างเป็นสุข I stand deep inside the forest. My trunk is tall, big and prominent amidst trees of all kinds. Only the mountains are taller than I am. My foliage is thick and widespread. Sunrays don’t get through, so down below it is shady and cool. A little stream flows near my trunk. The water in the stream is clear so that I can see the gravel and sand at the bottom and the fish swimming around. Every day wild animals of various species come and drink in this stream. Some of them after drinking stay in the shade of my leaves to sleep happily. =face-in-trees
ฤดูน้ำหลาก น้ำจะเต็มลำธารล้นตลิ่งมาถึงฉัน น้ำไหลแรงแต่ฉันก็มีรากหยั่งลึกลงไปในดิน น้ำไม่อาจพาฉันเคลื่อนย้ายไปไหนได้ During the flooding season, the water fills the stream, overflows and reaches me. The flow is fast but I have roots deeply sunk into the earth; it cannot take me away.
ฉันไม่รู้ว่าฉันยืนต้นได้อยู่นานเท่าไร แต่เมื่อจำความได้ ฉันยืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้แล้ว รอบด้านเป็นป่าโปร่ง ไกลออกไปเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน I don’t know how long I’ve been erect but from as far as I can remember I’ve always been standing here. All around me is thin forest, and beyond, a complicated mountain range.
ยามเช้าอากาศหนาว เที่ยงแดดร้อน ลมพัดตลอดเวลา บางขณะลมแรง ใบและกิ่งของฉันแกว่งไกวไม่หยุดหย่อน ฝนตกบ่อย ฉันชอบสายฝนเพราะมันทำให้ฉันสดชื่นและได้ชำระกิ่งใบของฉันให้สะอาดอยู่เสมอ It is cold in the morning, hot by noon. The wind blows all the time, sometimes hard. My leaves and branches sway tirelessly. It rains often. I like the rain because it refreshes me and keeps my foliage clean.
ฉันออกลูกในหน้าฝน ลูกของฉันเป็นเม็ดเล็กๆ สีเหลืองเข้มตกเต็มต้น อีกา นกเอี้ยง นกขุนทอง และอีกหลายนกจะมากินลูกของฉันเต็มไปหมด พวกมันจิกกินกันอย่างเอร็ดอร่อย ส่งเสียงร้องอื้ออึง ตัวนี้อิ่มบินจากไป ตัวใหญ่มาแทน กินก็กินไปเถิด ฉันไม่ว่าหรอก ฉันมีลูกเหลือเฟือให้แก่นกกินไปนานเป็นเดือนทีเดียว หรือถ้าไม่กิน พอถึงเวลาเมื่อลูกแก่จัดก็จะหลุดจากขั้ว ตกล่นลงไปในลำธารไหลตามน้ำเป็นอาหารของปลาเช่นกัน I bear fruit in the rainy season. My fruits are small, dark yellow beads hanging all over me. Crows, thrushes, mynas and many other species of birds come and eat my fruits all over. They peck at them and finding them delicious sing loudly. This one, now full, flies away; that big one comes instead. Keep on feeding, I don’t mind. I have plenty of fruits for birds to eat for a whole month, or if they don’t, by the time the fruit are overripe they fall off their stems and into the stream where taken by the flow they are eaten by the fish too. ออกลูก (literally ‘to out a child’): to give birth; to bear fruit.A little orchestration here.
นานานกเหล่านี้ทำให้ฉันเพลิดเพลินเหมือนเป็นเพื่อนสนิท ฉันจึงอยากออกลูกเป็นปี เพื่อฉันจะอยู่ใกล้พวกมัน ถ้าฉันจะไม่ชอบพวกมันอยู่บ้างก็ตรงที่นกบางตัวกินแล้วชอบถ่ายรดกิ่งใบของฉัน These many birds give me joy as close friends do, so I’d like to bear fruit all year round to be close to them. If there’s something I don’t quite like about them it is that some, once they have eaten, like to release droppings on my leaves and branches.
ฉันยืนต้นอยู่อย่างสงบ ฉันมีต้นไม้ สัตว์ป่า และแสงแดดเป็นเพื่อน มองไปทางไหนก็งามสดชื่น ฉันชอบที่นี่ ฉันคงจะต้องอยู่ที่นี่ไปอีกนานทีเดียว So I stand at peace. I have trees, wild animals and sunshine as friends. Whichever way I look it’s all beautiful and fresh. I like it here. I’ll stay on for a long time.
= =
วันหนึ่งพรานป่ามายืนอยู่ใกล้ฉัน นายพรานมองไปที่ริมธารซึ่งเป็นพื้นทรายและกรวดหิน เห็นรอยเท้าสัตว์มากมาย ตั้งแต่คืนนั้นนายพรานจึงปีนขึ้นทำห้างบนต้นของฉันเพื่อส่องยิงสัตว์ One day, a hunter comes and stands near me. He looks at the stream banks which are all sand and pebbles, and sees footprints of many animals. That night, the hunter climbs up my trunk to make a hide to shoot animals. นายพรานมองไปที่ริมธารซึ่งเป็นพื้นทรายและกรวดหิน: literally, ‘The hunter looks at the edges of the stream which are stretches of sand and pebbles’.
คืนไหนเดือนหงาย ดวงจันทร์ขึ้นเต็มดวงเหนือภูเขา ป่าสว่าง คืนไหนเดือนมืดจะมีดาวเต็มฟ้า On full moon nights, the moon rises over the mountains and the forest is awash with light. On moonless nights, the sky is full of stars.
บางคืนฉันได้ยินเสียงปืนดังแผดก้อง พร้อมกับเสียงสัตว์ที่ถูกกระสุนปืนร้องลั่นก้องไปทั้งป่า ฉันไม่ชอบเสียงปืนและการกระทำของพรานป่าเลย ฉันไม่เข้าใจด้วยว่า มนุษย์ทำเช่นนั้นได้เพื่ออะไรกัน ทำไมต้องฆ่ากันด้วย ฉันสงสารสัตว์ป่าที่น่ารักเหล่านั้นมาก แต่ฉันไม่รู้ว่าจะช่วยเหลืออะไรพวกมันได้นอกจากยืนดูด้วยความอดทน On some nights I hear gunshots and the screams of animals struck by bullets resounding throughout the forest. I don’t like gunshots or the acts of the jungle hunter. I don’t understand either what human beings do that for. Why must they kill? I pity those lovely wild animals very much but I don’t know how I could help them besides standing here and putting up with it.
นายพรานมาที่นี่บ่อยครั้ง บางครั้งก็มาคนเดียว บางครั้งก็มาหลายคน ดูเขาสนุกกับการกระทำของเขา ต่อมาได้เปลี่ยนหน้าไปเรื่อยๆ เป็นสัญญาณแจ้งเหตุว่าที่ตรงนี้กำลังเริ่มจะไม่สงบไปแล้ว The hunter comes here many times. Sometimes he comes alone, sometimes with many others. They seem to enjoy what they are doing. Later, they keep changing, a sign that peace here is about to end.
นานจนกระทั่งไม่มีสัตว์จะยิง เหล่านักล่าสัตว์จึงหายไป ความสบายใกลับมาหาฉันอีกครั้งหนึ่ง ระยะต่อมามีคนแปลกหน้าผ่านมาบ่อย ทุกครั้งที่ผ่านมาพวกเขาจะแวะอาบน้ำในลำธารและนอนพักผ่อนที่ใต้ต้นของฉันครั้งละนานๆ บางคณะถึงกลับกลางเต้นท์ค้างคืนเลยก็มี After a long time there are no more animals to shoot, so the hunters disappear. I feel at ease again. In the next period strangers come passing by often. Every time they come by they stop to shower in the stream and lie resting under my foliage for hours. Some of them even unfold their tents to stay overnight.
มีอยู่คณะหนึ่งค้างอยู่หลายคืน คนหนึ่งในคณะเอาธูปเทียนและดอกไม้ป่าสีขาว มากราบไหว้ฉัน แล้วปักธูปไว้ที่โคนต้น เขาทำเช่นนี้ทุกวันจนก้านธูปปักอยู่กำโต แล้วก็จากไป Then one group stays for several nights. One man in the group takes joss sticks, a candle and a wild white flower and comes and prostrates himself in front of me and then places the incense set by my trunk. He does this every day until there is a big bunch of sticks and then he leaves.
ตั้งแต่นั้นมา ใครที่ผ่านมาที่นี่จำทำตามอย่างบ้าง บางคนไม่ได้เตรียมธูปมาก็ยกมือไหว้ ฉันงงต่อการกระทำของมนุษย์มากสงสัยว่าเขากราบไหว้ฉันทำไม ฉันกลายเป็นสิ่งที่ต้องกราบไหว้ไปแล้วหรือ ฉันรู้ตัวดีว่าฉันเป็นเพียงต้นไม้ธรรมดาที่รอวันตายเหมือนสิ่งที่มีชีวิตทั้งหลาย From then on, whoever comes by will do the same. Some who haven’t brought joss sticks join their hands in front of their faces and bow to me instead. I’m baffled by the acts of human beings and wonder why they are bowing to me. Have I become something in front of which they must prostate? I’m well aware that I’m just an ordinary tree waiting for death like every living thing. =

การกระทำ: acts, conduct, doings. See below for an alternative translation.

เป็นอยู่เช่นนี้นานมาก จนเป็นประเพณีว่าถ้าใครผ่านป่าแห่งนี้จะต้องมาบูชาฉันอง This goes on for a very long time until it becomes a custom: whoever walks through this forest must come and worship me.
หลายปีต่อมา ลำต้นของฉันแข็งแรงและบึกบึนยิ่งขึ้น พร้อมกันนั้นป่าก็เริ่มไม่เป็นป่า มีชาวบ้านมาบุกรุกมาสร้างบ้านและหักร้างถางพง ทำไร่บ้าง เก็บของป่ามาขายบ้าง จากครอบครัวเดียวทยอยเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ทุกครอบครัวนึกถึงฉัน สังเกตได้ว่าใครผ่านก็ยกมือไหว้ฉัน บางคนก็เอาอาหารใส่กระทงเล็กๆ มาวางไว้ที่โคนต้นของฉันเหมือนทั้งใจให้ฉันกินอย่างนั้นแหละ โธ่…ฉันจะกินได้อย่างไร ปากของฉันก็คือรากที่หยั่งลึกลงดิน ฉันกินได้แต่น้ำอย่างเดียวเท่านั้น ทิ้งอาหารไว้ก็เท่ากับให้เป็นอาหารอันโอชะของสัตว์อื่นไป Many years later, as my body grows increasingly strong and tough, the forest begins to be no longer a forest. Villagers come trespassing to build houses and clear plots of land. Some grow crops; others gather forest products for sale. First one family then others follow suit till it becomes a hamlet. Families all think of me: everyone that walks by bows to me. Some bring foodstuffs in small cups they place at the foot of my trunk as if they meant for me to eat. Goodness! How could I do that? My roots deeply sunken into the soil are my mouth. The only thing I can absorb is water. Leaving food here is tantamount to giving a treat to some animal or other. =

=

=

=

ปากของฉันก็คือรากที่หยั่งลึกลงดิน: My mouth is the roots that sink deep into the ground. It reads better the other way around. In colloquial Thai, you กิน (eat) water when you don’t ดื่ม (drink) it. So, ‘absorb’ it had to be.

ก่อนเข้าพรรษาในปีหนึ่ง ชาวบ้านถึงกับแห่เป็นขบวน เอาผ้าเหลืองมาห่มให้ ใกล้โคนต้นพวกเขาช่วยกันตัดหญ้า ทำความสะอาด ขุดดินยกขึ้นสูงไว้เป็นทีปักธูปเทียนและวางของสักการะบูชา Before the beginning of Lent one year, the villagers go as far as organ- ising a procession. They take a length of yellow cloth they gird me with, cut the grass around my trunk, clean up, dig up some earth to raise the ground around me in order to place worship sets and other offerings on it. a length of yellow cloth’: ‘yellow cloth’ would have been on the short side.
ตั้งแต่นั้นมา ได้เกิดเป็นธรรมเนียมทุกปีว่าจะต้องเอาผ้าเหลืองมาเปลี่ยนให้ฉัน พวกชาวบ้านจัดทำเป็นพิธีใหญ่โต เริ่มต้นด้วยการแห่เป็นขบวนกลองยาว ตามด้วยผ้าเหลืองผืนยาว ซึ่งพวกเขาช่วยกันจับริมผ้า ๒ ข้างแห่มา ก่อนเอาผ้าผืนเก่าออก เอาผืนใหม่ห่มแทน ขบวนแห่ต้องเดินรอบ ๓ รอบ และผู้เป็นหัวหน้าจุดธูปบอกกล่าวให้ฉันทราบก่อน From then on it becomes a yearly custom to change the yellow cloth for me. The villagers turn it into a big occasion, beginning with a procession with long drums, followed by yards of yellow cloth they help one another stretch along both sides of the pro- cession path, before taking off my old yellow cloth and girding me with a new one. The person leading the procession lights up joss sticks and informs me that they have to walk around me three times.
ฉันกลายเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของชาวบ้านอย่างเต็มภาคภูมิไปเสียแล้วหรือนี่ ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันศักดิ์สิทธิ์อย่างไร หรือฉันได้ช่วยให้ใครโชคดีถูกหวยเบอร์บ้าง ผู้คนจึงมานับถือฉันนัก มนุษย์บางครั้งทำอะไรฉันไม่เข้าใจเลยฉันเคยเห็นเขาสร้างเครื่องบินบินผ่านไปผ่านมา แต่ขณะนี้ฉะนั้นก็งงเหลือเกินที่มากราบไหว้ฉัน So I’ve become a sacred tree the villagers take pride in, haven’t I now? I had no idea how sacred I was, or is it because I helped someone win the lottery that some of them worship me so much? Some human acts I don’t under- stand at all. I’ve seen them build aero- planes that fly overhead back and forth but now I’m most perplexed that they should come to me and prostrate themselves.
โลกช่างเจริญเร็วเหลือเกิน ชั่วไม่นานก็มาอยู่ในป่ามากขึ้น ถนนใหญ่เริ่มตัดผ่านมา The world is changing so fast! It won’t be long before progress comes spinning here. A main road has begun to cut across the forest. ชั่วไม่นานก็มาอยู่ในป่ามากขึ้น: see below for elucidation.
หลังจากนั้นมีมนุษย์ ๒ คนแบกขวานคมกริบและเลื่อยมาไว้ที่โคนต้นเพื่อเตรียมจะตัดฉันทิ้ง ต้นไม้อย่างฉันยืนทนแดดทนฝนมานานหลายปี เวลาถึงคราวตายก็จะตายไปง่ายๆไป เหลือเกิน นักตัดต้นไม้ทั้งสองเริ่มจุดเทียนไหว้ฉัน ปากของเขาขมุบขมิบ ดูซิ จะฆ่าฟันฉันแล้วยังมาไหว้ฉันอีก จะมีประโยชน์อันใดเล่า ฉันนั้นเตรียมตัวล้มทั้งยืนตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นขวานในมือของทั้งสองคน ที่จริงมนุษย์น่าจะทำอย่างนี้กับฉันตั้งนานแล้ว เพื่อตัดเป็นซุงขายโรงเลื่อย แทนที่จะมากราบไหว้ฉันให้เมื่อยมือ After that, two human beings shouldering sharp axes and saws come to my trunk and prepare to cut me down. A tree like me has been standing under rain and shine for years. When it is time to die I’ll die all too easily. The two tree- cutters begin by lighting a candle and bowing to me. Their mouths are opening and closing. Think about it: they are going to slaughter me and they bow to me! What’s the idea? As for me, I’m prepared to fall as I stand from the moment I see the axes in their hands. Actually they should have done this to me long ago, cut me into pieces to sell to the sawmill instead of bowing themselves stiff. โลกช่างเจริญเร็วเหลือเกิน ชั่วไม่นานก็มาอยู่ในป่ามากขึ้น: this type of sentence presents a challenge for the translator. What is ‘coming to the forest increasingly’ is not stated. Is it เจริญ, progress, as stated (but as a verb) in the first part? Is it the changing world itself? I hope I made the right choice…
ไม่ทันที่ขวานอันคมกริบจะถากถึงเนื้อฉันทันใดนั้นฉันได้ยินเสียงชาวบ้านจำนวนมากเดินแห่เป็นขบวนมา หลายคนตะโกนเสียงดัง ฉันฟังไม่รู้หรอกว่าเขาตะโกนว่าอะไรบ้าง แต่ทำให้ชายที่กำลังจับขวานหยุดชะงักได้ ฉันรอดตายได้อย่างหวุดหวิด ถ้าชาวบ้านมาช้ากว่านี้สักนิด ฉันคงต้องล้มทั้งยืนอยู่ตรงนั้น แต่ถึงอย่างไรฉันก็ไม่แน่ใจว่ามนุษย์จะไม่หวนกลับมาทำร้ายฉันอีก Before a sharp axe can cut into my flesh I hear a large group of villagers coming over. I can’t understand what they are shouting but it makes the man wielding the axe stop short. I escape death by the bark of my teeth. If the villagers had come just a little later I would have been felled while still standing here, but for all that I’m not sure human beings won’t go back to hurting me again. อย่างหวุดหวิด: narrowly, barely, within a hair’s breadth, by the skin of one’s teeth. The variation was hard to resist (and may be praised as a witticism or criticised as a witticism out of step with the rest of the text).
พระอาทิตย์โผล่ทิวไม้ฝั่งกระโน้น แล้วก็ตกชายเขาฝั่งกระนี้ จากวันเป็นเดือนทุกอย่างหายเงียบไปพักหนึ่ง ฉันรอชะตากรรมอยู่นาน ไม่รู้ว่ามนุษย์จะทำอย่างไรกับฉันแน่ ชาวบ้านก็มากราบไหว้ฉันไม่ขาด The sun rises over the treeline over there and then falls beyond the edge of the mountains on this side. Days turn into months as everything goes quiet for a while. I await my fate for a long time. I don’t know what human beings will do to me exactly. Villagers come to prostrate themselves in front of me continually.
ชายแต่งกายชุดกากีมีขีดสีเหลืองบนบ่ามาดูถนนบ่อยครั้ง ในขณะคนงานกางแผนที่ออกส่องกล้อง ดึงเทปวัด ทุกคนท่าจะยืนอยู่ใต้ต้นของฉัน บางคนจะดูฉันอย่างหมิ่นๆ และไม่ยอมยกมือไหว้ฉันเหมือนคนอื่น ฉันคิดว่าเขาทำถูกแล้วที่คิดเช่นนั้น A man in a khaki uniform with a yellow badge on his shoulder comes to look at the road several times, while workers unfold maps, take out binoculars and pull out measuring tapes. They all stand in my shade. Some are looking at me with spite and won’t bow to me like the others. I think they are right to act like this. ส่องกล้อง: binoculars or some other surveying instrument.
ฉันคงเป็นต้นไม้ที่ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ เพราะปรากฏว่าพวกช่างได้ทำถนนเบี่ยงหลบฉันออกไปเล็กน้อยเพื่อให้ลำต้นของฉันพ้นแนวถนน I must be a sacred tree after all because it turns out they have the road curve a little so that I don’t stand in its path.
จากสภาพป่ากลายเป็นถนนลูกรัง คนงานทำงานกันฝุ่นคลุ้ง เสียงเครื่องยนต์ดัง ถนนลาดยางราบเรียบ และทำสะพานคอนกรีตข้ามลำธารอย่างดี ฉันเห็นการกระทำของมนุษย์ทุกวัน What used to be a forest becomes a red-earth road. The workers work in clouds of dust and the roar of engines. The road is smoothed out with asphalt and a fine concrete bridge is built across the stream. I witness those human acts every day. ถนนลูกรัง: unlike in French, in English ‘laterite’ is considered a technical term and ‘red earth’ is preferred.
จนกระทั่งถนนเปิดให้เดินรถได้ เสียงรบกวนกลับยิ่งรุนแรงขึ้นอีก บนถนนมีรถแล่นไม่ขาด บางคันแล่นเร็วมาก บางคันก็แล่นช้าเพราะหลักด้วยสิ่งที่บรรทุกมาเต็มแทบทุกวัน เวลาผ่านฉันไปถ้าไม่กดแตรดังก็จะจอดรถเอาพวงมาลัยดอกมะลิบ้าง ดอกพลาสติกบ้างมาบูชาฉัน Until the road is opened to traffic. Annoying noises grow in intensity. There is a constant flow of cars on the road, some driven very fast. Some vehicles drive slowly because of their heavy loads almost every day. When they pass by me, if they don’t hoot their horns they stop and take garlands of jasmine or plastic flowers along to worship me.
จากเริ่มต้นจนบัดนี้ฉันยังไม่เข้าใจการกระทำของมนุษย์เลย ฉันเบื่อ ฉันรำคาญต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นใหม่ มองลงไปในลำธารน้ำก็ไม่สะอาดเหมือนก่อน ฝุ่นก็มาก ใบและกิ่งก้านของฉันสกปรกไปด้วยฝุ่นละอองทั้งวัน ฉันจึงนึกถึงอดีตครั้นฉันยืนต้นอยู่ในป่าลึก นึกถึงความสงบเงียบในป่า เสียงน้ำไหลนกร้อง ต่อไปนี้ฉันคงไม่มีวันได้พบมันอีกแล้วนอกจากความวุ่นวายต่างๆ ที่มนุษย์ให้แก่ฉัน ถึงเวลานี้ฉันอยากมีตีนเหลือเกิน เพื่อฉันจะได้หนีไปจากตรงนี้ From the beginning to this day I still don’t understand what human beings are up to at all. I’m fed up. I’m bothered by the new environment. Looking down at the stream, I see the water isn’t clean as before. There is much dust. My branches and leaves are dirty with dust all day long. So I miss the past when I used to stand deep inside the forest, I miss the quiet and peace of the forest. The sound of running water, birdsong: from now on I may never hear them again, but face the hassles of all kinds human beings cause me. How I wish I had feet so that I could flee from here! An alternative translation of การกระทำ.
First published in the collection of short stories Khroo Plaek Kap Khee Ma Haeng
(Teacher Odd and dry dog mess), 1994
Maitree Limpichart, born in 1942 in Nakhon Si Thammarat, is a retired government employee (waterworks) and a newspaper columnist who has penned two edifying novels (one of which was translated into English) and more than half a dozen collections of short stories. o

Tagged: , , , , , , , , , ,

3 thoughts on “I am a tree – Maitree Limpichart

  1. สันติ ศิริภูล 26 August 2012 at 8:02 am Reply

    Can you tell me which one of Maitree Limpichart’s novels has been translated into English?

  2. marcel barang 26 August 2012 at 10:27 am Reply

    คนอยู่วัด (Khon Yoo Wat), translated by Stephen Landau as A Man in Saffron Robes. You’ll find Preface, Introduction and four chapters of it at http://www.srlandau.com/preface.htm. Actually, it’s not a novel but a piece of autobiography: his stay in a Buddhist monastery. For the record, there’s also a collection of twelve of his short stories translated as The Pinches by Lamoon Rattakorn (Norn, Samut Prakan, 180 p). Undated, unpriced, it probably can be found only in second-hand bookshops and a few private bookshelves.

  3. Stephen Landau 29 August 2012 at 12:25 am Reply

    Hi Marcel, No, that’s not correct. Stephen Landau’s translation (that is, my translation) was of Khon Nai Pha Leuang (คนในผ้าเหลือง), which will be published around May-June 2013. Thanks for the reference to “The Pinches”. I’ll try and find it on my next trip. BTW, Norn was, at least at one time, a Limpichart-owned publisher (Non also published the edition I have of คนในผ้าเหลือง, which was sent to me by the author). I will check further.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: