Mind your own business – Fon Fafang

Addiction to tobacco, booze, fatty foods and soccer is a strong and timely combination. Foreign readers may not ‘get’ all the snide references to colour-coded Thai politics, but carpe diem is a universal message. And when the last line alters your understanding of what you’ve just read, you may forget a certain air of disjointedness to the story. Right, mummy’s boy? MB

เรื่องของผม
คนอื่นไม่เกี่ยว

MIND YOUR OWN
BUSINESS

football

ฟอน ฝ้าฟาง

FON FAFANG

TRANSLATOR’S KITCHEN
ผมชอบนอนคนเดียว สาเหตุหลักๆ เพราะผมเป็นคนนอนกรนเสียงดังมาก ดังเหมือนหวูดรถไฟเชียวล่ะ มันดังขาดๆ หายๆ ตลอดการนอนหลับ ความจริงผมไม่รู้หรอกว่าผมเป็นคนนอนกรนเสียงดัง แต่เมื่อถูกฟ้องก็ต้องรับฟัง และนึกเกรงใจคนฟ้องอยู่เหมือนกัน บางทีเขาก็คงรำคาญแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรได้ นึกถึงตัวเองที่รำคาญกลุ่มคนเปิดเครื่องขยายเสียงตะโกนปาวๆ อยู่ตามถนนแรมเดือน I like to sleep alone, mainly because I snore very loudly, like a train’s whistle, by fits and starts throughout the night. Actually I’m not aware of my snoring, but when I’m told it is so I must listen and be considerate to the one who tells me: she must be annoyed but doesn’t know what to do. I think of my own annoyance with those people that shout through loudspeakers in the streets month after month.
แต่ละคืนผมเข้านอนประมาณสี่ห้าทุ่ม รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาราวตีสอง แล้วนอนต่ออีกราวสองชั่วโมงจึงตื่นนอนอีกครั้ง Every night I go to sleep around eleven pm, wake up around two in the morning and then go back to sleep for another two hours before I wake up again.
คราวนี้ตื่นแล้วตื่นเลย จะนอนต่ออย่างไรก็ไม่หลับ ตื่นขึ้นมาคราวนี้ อาการแรกที่รู้สึกก็คือ เปรี้ยวปากจี๊ดๆ หงุดหงิด กระวนกระวาย ใช่แล้วล่ะ ผมหิวบุหรี่ พอลืมตาตื่นจากหลับ ผมต้องสูบบุหรี่ก่อนทำอย่างอื่น มันเป็นสันดานของชีวิตมานานนับสามสิบกว่าปีแล้ว เมื่อครั้งเป็นวัยรุ่นนักศึกษา ผมสูบบุหรี่แบบกะปริดกะปรอย คือสูบบ้างไม่สูบบ้าง เพราะไม่ค่อยมีเงินซื้อ นานๆ จึงจะมีเงินซื้อทีนึง บ่อยครั้งที่ขอเพื่อน บ่อยครั้งที่เดินเก็บก้นบุหรี่ตามถนนและเก็บจากที่เขี่ยบุหรี่ พอมีงานทำผมก็สูบบุหรี่อย่างเป็นล่ำเป็นสัน ผมพยายามจะเลิกหลายครั้ง แต่ไม่เคยเอาชนะใจตนเอง มันเหมือนส่วนหนึ่งของชีวิต ถ้าขาดมันไปชีวิตก็เหมือนขาดอะไรสักอย่าง อันเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็เหมือนกัน “อันเมารักเมาแทบตายเสือกหายเมา แต่เมาเหล้านี้ประจำทุกค่ำคืน” อิๆๆๆๆๆๆๆ This time I’m awake for good. Even if I stay in bed I won’t sleep. Waking up this time the first thing I feel is a sense of deprivation in my mouth, irritation and anxiety. That’s right: I need to smoke. As soon as I open my eyes, I must smoke a cigarette before anything else. It’s been a bane in my life for more than thirty years. When I was a teenage student, I smoked on and off, sometimes did, sometimes didn’t, because I had little money for that, it was seldom I could afford to buy a packet of cigarettes. Often I’d cage fags from friends and often I’d collect stubs as I walked in the streets or from ashtrays. When I started to work, I began to smoke in earnest. I tried to quit several times, but never managed to win over myself. It was like a part of life. I couldn’t do without it. The same with alcoholic drinks. ‘Dead drunk with love only to bloody sober up, but drunk with liquor every night.’* Ha! Ha! ====

=

=

=

=

=

=

=

=

=

* A line from Sunthon Poo, the Shakespeare of Thailand.

เช้าตรู่นี้ซองบุหรี่ยังวางอยู่ที่โต๊ะทำงาน ผมลองทำท่ามองไม่เห็น เฉไฉเปิดคอมพิวเตอร์ต่ออินเตอร์เน็ต เปิดโทรทัศน์ เปิดประตูบ้านออกไปรับลมเย็น ทำท่าออกกำลังกายนิดหน่อย แต่พอนึกอะไรได้ก็หยุด จึงไปล้างถ้วยชาม เสียบหม้อหุงข้าว เข้าห้องน้ำ แล้วกลับไปนั่งโต๊ะทำงาน This morning the packet of cigarettes is still on the working table. I try to pretend I don’t see it, take my time opening the computer and calling up the internet, switch on the TV, open the house door and go out to catch the cold breeze, pretend to exercise a little, but a thought makes me stop, so I go and do the dishes, plug on the rice cooker, enter the bathroom and then return to sit at the working table.
สองหูฟังข่าวโทรทัศน์ ตาจ้องดูเว็บไซต์แต่ละเว็บ มันเป็นความเคยชินมากกว่าจะตั้งใจ ก่อนนอนและหลังจากตื่นนอนก็เป็นเช่นนี้ ต้องเข้าไปดูโวยวายเว็บพวก manager.co. th, matichon.co.th, komchadluek. net, bangkok-today.com, naewna.com, thairath.com หนังสือพิมพ์ออนไลน์เหล่านี้บางฉบับอ่านแล้วต้องหารด้วยสอง บางฉบับต้องหารสาม บางฉบับและบางข่าวไม่น่าเชื่อถือเอาเสียเลย แต่บางฉบับเที่ยงตรงและเป็นกลาง ทำหน้าที่สมเป็นสื่อตามหลักปรัชญาของสื่อ ผมไม่บอกหรอกว่าผมชอบและศรัทธาฉบับใด และรังเกียจฉบับใดเป็นกรณีพิเศษ The ears listen to the news on TV, the eyes gaze at website after website, out of habit rather than from deliberation. Before going to sleep and after waking up it’s always like this. I must go and fuss over websites like manager.co.th, matichon.co. th, komchad-luek.net, bangkok-today. com, naewna.com, thairath. com. These online newspapers, some of them you must read and then divide by two for credibility, read others and then divide by three, and some aren’t credible at all, but others are forthright and balanced, they do their duty according to the ethical principles of mass media. I won’t say which ones I like and respect and which ones I find especially annoying. Here the temptation is to personify: ‘my’ ears, ‘my’ eyes, as you would expect in a ‘normal’ text. ‘The’ ears, ‘the’ eyes act on their own, ‘out of habit rather than from deliberation’: the narrator has hardly woken up. สมเป็นสื่อของสื่อ: one สื่อ too many in translation.
ประเทศนี้ไม่มีอะไรหรอก นอกจากนักการเมืองล้วงลูก ข้าราชการซื้อตำแหน่ง น้ำท่วม ฝนแล้ง เสื้อแดง เสื้อเหลือง และดาราเอากันจนเตียงหัก แถมด้วยอาชญากรรม This country has nothing but politicians that meddle officiously, civil servants that buy their posts, floods, droughts, red shirts, yellow shirts, and movie stars fornicating until beds break, with crimes as bonuses.
= =
แล้วผมก็สะเออะ!? ทั้งที่มีความรู้แค่เด็กปฐมวัย แต่ดันเปิด bangkokpost.com, nytimes.com และหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษต่างประเทศอีกหลายฉบับ แม้จะมีความรู้แค่หมาหัดเลียใบตองแห้ง แต่ก็พอสรุปเนื้อข่าวได้ว่า And here I am meddling? Even though I only have elementary education I insist on opening bangkokpost. com, nytimes.com and many other foreign news websites in English. Even though I know as much as a puppy learning to lick a dry banana leaf, I can get the gist of the news.
โลกนี้มันร้อน ภูเขาน้ำแข็งละลาย แผ่นดินไหว เศรษฐกิจตกต่ำ สงครามระหว่างอเมริกากับมุสลิม This world is hot, icebergs are melting, the earth is quaking, the economy is de- pressed, America is at war with the Muslims.
ผมไม่รู้ว่าใครเป็นพระเอกใครเป็นโจร แต่สุดมันและสนุกยิ่งกว่าสมัยสงครามเย็น ถามตัวเองทำไมโลกต้องแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ทำไมประเทศต้องแบ่งออกเป็นสองฝ่าย คำตอบอยู่ในขวดเหล้าและควันบุหรี่ I don’t know who the hero is and who the villain, but it’s much more fun than in the Cold War period. I ask myself why the world must be divided into two, why the country must be divided into two. The answer is in a bottle of booze and in cigarette smoke.
= =
พอเบื่อข่าวเหล่านี้ก็ไปลงท้ายที่เว็บ premier-dream.com When I’m fed up with news of this kind, I switch to premierdream.com.
ผมติดตามผลงานของสโมสรเชลซีมาไม่นานเท่าไร ฉะนั้นผมจึงไม่ใช่สาวกเชลซี ไม่ใช่แฟนคลับเชลซี และไม่ใช่สาวกของทีมใด เบื้องต้นที่ผมชอบทีมนี้เพราะชอบบุคคลที่เกี่ยวข้องในทีมนี้ ทั้งในฐานะผู้จัดการและนักเตะในคนเดียวกันอย่าง รุท กุลลิท เขาเป็นหนึ่งในสามทหารเสือจากฮอลแลนด์ ชอบพวกเขาตั้งแต่อยู่ทีมเอซีมิลานโน่นแล้ว ชอบสุภาพบุรุษอย่าง จิอันบรังโก้ โซลา, จอห์น เทอรี, แฟรงค์ แลมพาร์ต และโดยเฉพาะผู้จัดการอย่าง โฆเซ มูรินโญ เหมือนผมชอบดิเอโก มาราโดนา นั่นแหละ ผมรู้สึกว่า ผมและมูรินโญมีความรู้สึกเย่อหยิ่งในตนเองเหมือนกัน มั่นใจสูง ไม่เชื่อใครง่ายๆ ดิบๆ เถื่อนๆ ซึ่งเป็นเปลือกห่อหุ้มหัวใจที่แสนจะอ่อนโยน และบางครั้งแอบร้องไห้คนเดียวได้อย่างเป็นวรรคเป็นเวร แต่ผมไม่ชอบอันเชลอตติ เพราะฝีมือและความเป็นศิลปินลูกหนังสู้น้องมูไม่ได้ ก่อนหน้านี้ผมชอบทีมปืนใหญ่อาร์เซนอล แต่พอลูกชายตามมาชอบเป็นพรวน ผมจึงหนีไปชอบเชลซี I haven’t followed the scores of the Chelsea team for long, so I’m no fan of Chelsea, I’m not a member of the Chelsea Club and I’m no fan of any team. At first I liked this team because I liked individuals involved with it, as manager cum player like Ruud Gullit, one of the three battling tigers from Holland. I’ve liked them since they were in the AC Milan team. I like gentlemen like Gianfranco Zola, John Terry, Frank Lampart and especially a manager like Jose Mourinho as much as I like Diego Maradona. Mourinho and I share the same supreme self-confidence and determination and reluctance to trust others, with rawness and wildness as bark around a very gentle heart and we sometimes hide away to cry copiously alone, but I don’t like Ancelotti, because his talent and football artistry can’t beat Mourinho’s. Before this I liked the Arsenal big guns but when my son did too and trooped after me I fled and favoured Chelsea instead.
ส่วนทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและทีมลิเวอร์พูลนั้น ผมวิงวอนผีปู่ผีตาผีพญาแถนทุกครั้งที่มีพิธีกรรมเซ่นไหว้ว่า เมื่อไรสองทีมนี้จะตกชั้นให้พ้นหูพ้นตาเสียที บ้านเมืองจะได้สงบสุขราบรื่น ทั้งผีแดงและหงส์แดง ไม่รู้แดงไหนเป็นแดงแท้ แดงไหนเป็นแดงเทียม ส่วนทีมระดับชาตินั้นน่ะหรือ ผมเคยชอบทีมบราซิลและทีมสวีเดนที่มันใส่เสื้อเหลือง แม้มันจะอยู่คนละขั้วโลกก็ตาม แต่พอหันไปดูทีมเสื้อขาวอย่างเยอรมันและอังกฤษแล้ว ผมกลับรู้สึกว่าเสื้อขาวมันสะอาดหูสะอาดตา ไม่มีสิ่งใดซุกซ่อนแอบแฝงไว้เหมือนทีมที่สวมเสื้อสีเหลืองและเสื้อสีแดง รอดูว่าเมื่อไรทีมเสื้อแดงกับทีมเสื้อเหลืองมันจะปะทะกัน ผมคงสุดยอดแห่งความสะใจ อยากให้ตายไปข้างหนึ่ง ผมจะปีนขึ้นไปบนยอดไม้และร้องเชียร์ทั้งสองฝ่าย As for the Manchester United and Liverpool teams I implore the spirits of my ancestors every time there’s a signature ceremony. When will those two teams fall off that league for good? Our country will enjoy peace and quiet. Red Devils and Red Swans: I don’t know which are the real reds, which the fake red. As for national teams, well, I used to like Brazil and Sweden as they wear yellow shirts even though they’re poles apart on the globe, but when I turned to look at white-shirted teams like Germany and England, I came to feel that white shirts were cleaner, there was no trick hidden in them, unlike in those teams sporting yellow shirts or red shirts. I can’t wait to see the red shirt team and the yellow shirt team clash. My jubilation will climax. I want one side to die. I’ll climb up some treetop and shout encouragements to both sides.
ผมไม่โง่หรอก ความจริงแล้วเราควรเอาจุดเด่นของทั้งสองฝ่ายมาผสมผสานกัน ส่วนจุดด้อยนั้นเอามันทิ้งไปเสีย แต่ทำไมพวกนั้นไม่คิดอย่างผม I’m not stupid. Actually we should take the good points of both sides and mix them together, and discard the bad points altogether, but why don’t these people think as I do?
ผมหิวบุหรี่เต็มแก่แล้ว I’m craving a cigarette to the utmost by now.
= =
แล้วผมก็ไปที่ oknation.net อ่านงานในบล็อกของเพื่อนๆ จนอิ่มหนำ แล้วจึงไป yahoo.com, hotmail. com ใครส่งจดหมายถึงผมบ้าง ใครส่งสแปมมาสร้างความรำคาญบ้าง แล้วก็ไปที่ hi5, facebook ฟ้าสว่างเป็นเวลาที่เจ้าชีวิตตื่นขึ้นมาและนอนเล่นอยู่บนเตียง… And then I go to oknation.net, read my friends’ blogs to repletion and then go to yahoo.com, hotmail.com – mail and annoy- ing spam – and then to hi5, to Facebook. The sky is clear. It’s time for the lady of my life to wake up and lie in bed idly… เจ้าชีวิต is usually translated as Lord of Life; here it’s a woman. Lady of Life is more than quaint in English, so, the lady of my life…
= =
เช้าตรู่วันหนึ่ง ผมตื่นขึ้นมาพร้อมกับปวดหน้าอกอย่างรุนแรง ผมคลำอกไว้ มันปวดร้าวไปทั่วแขนสองข้าง มือเย็น เท้าเย็น ไม่มีแรงยืน สักครู่หนึ่งมันหายไป หายใจสะดวกขึ้น และไม่กี่วินาทีต่อมามันก็ปวดขึ้นมาอีกรอบ ผมประคองอกไปบอกเจ้าชีวิตขณะที่เธอยังนอนหลับอยู่บนเตียง เธอหยิบยาหอมมาทาจมูกและขมับพร้อมกับบีบนวด ผมค่อยยังชั่วขึ้น แล้วก็นึกถึงหนังสือของไพวรินทร์ ขาวงาม เรื่อง มันคงไม่ตายง่ายๆหรอก พอเป็นพลังปลอบใจ และนึกถึงคำพูดของใครอีกหลายคนที่ชอบพูดว่า “ถ้ายังไม่ถึงคราวตาย มันก็ไม่ตายดอก” One early morning, I woke up with a violent pain in my chest. I tensed up my pectoral muscles. It hurt all over my arms, cold hands, cold feet. After a moment the pain went away, I breathed more easily, but a few minutes later it hurt all over again. Holding my chest I went and told the lady of my life as she still lay in bed. She picked up an aromatic unguent she pasted on my nose and temples she pressed and massaged. I got better and then thought of Paiwarin Khao-ngam’s book entitled Dying isn’t easy* to give me comfort and I thought of the saying ‘If it’s not your time to die, you won’t die’. I first translated this part in the present tense. In the flow of the story the past tense is better, however.

* Paiwarin Khao-ngam is a noted Thai poet. Dying isn’t easy came out
in 2005.
= =
ผมริกินเหล้าสูบบุหรี่มาตั้งแต่อายุสิบกว่าขวบแล้ว สะสมเพื่อนฝูงทุกสาขาอาชีพจนนับจำนวนไม่ได้ มีทั้งดีล้วน เลวล้วน และพวกครึ่งๆ กลางๆ ระหว่างดีกับเลว มีทั้งผู้หญิง ผู้ชาย กะเทย ทอม ตุ๊ด อีแอบ I began drinking alcohol and smoking cigarettes even before I was in my teens and then accumulated so many friends from all quarters and professions I can’t keep count of them, some very good, some very bad and many in between, women as well as men, transvestites, dykes, toms, faggots and closeted gays.
การกิน การสูบ และการดื่มในชีวิตประจำวัน มันสะสมกันมายาวนานพอสมควร ผมย้อนนึกถึงวันก่อนมีอาการปวดหน้าอก เพื่อนฝูงหลายคนนัดพบกันที่ร้านอาหาร เหล้า เบียร์ คอหมูย่าง น้ำตกหมู ไส้กรอก ผมนี่ชอบไส้กรอกเป็นชีวิตจิตใจ ทั้งไส้กรอกวัว ไส้กรอกหมู เนื่องจากบรรพบุรุษเคยชอบมาก่อน This eating, smoking and drinking in daily life has been going on for quite some time. I think back to the day before I had chest pain. Several friends had agreed to meet at a restaurant. Liquor, beer, cracklings, spicy sliced pork, sausages. I can’t live without sausages, whether beef or pork: it’s in my genes. เนื่องจากบรรพบุรุษเคยชอบมาก่อน:  literally, ‘as my ancestors liked them before (me)’.
อีกส่วนหนึ่ง ผมกินยอดผักเหมือนวัวควายกินหญ้า โดยเฉพาะผักตามป่าตามทุ่งเพราะมั่นใจนักมั่นใจหนาว่ามันปลอดสารพิษ กินมาทั้งชีวิต และกินมาอย่างมีความสุข Besides, I eat yortphak as cows eat grass, especially greens from the forest and the fields, because I’m a hundred per cent sure they’re free of poisonous substances. I’ve eaten them all my life with relish. ยอดผัก (yortphak) is a generic term for tender greens cooked in a floury soup with noodles and thin slices of meat.
= =
เมื่อหลายเดือนก่อน ผมไปตรวจสุขภาพที่ศูนย์มะเร็ง เพราะมีอาการแปลกๆ ในร่างกาย และก็ถูกผู้หวังดีหลายฝ่ายบังคับให้ไป ก่อนหน้านี้ก็เคยให้หมอเฉือนถุงน้ำดีทิ้งแล้ว จนกลายเป็นคนไม่มีดี การไปตรวจครั้งนี้ผมต้องอดอาหาร อดเหล้าทั้งคืน เมื่อผลการตรวจส่งถึงบ้าน ผมก็นำผลตรวจไปหาหมอใกล้บ้านทันที Several months ago, I went to the Cancer Centre for a check-up because I had strange symptoms in my body and well-meaning persons in various quarters forced me to go. Before that I had gone to see a doctor to get rid of my gallbladder so I have no bile left. For the check-up this time I had to refrain from eating and drinking alcohol overnight. When the results came through, I took them to a doctor near home at once. Lost in translation: เป็นคนไม่มีดี means both ‘a man with no bile left’ and ‘a man with no good left in him’.
“คุณเป็นโรคเกาต์ขั้นรุนแรง…” นายแพทย์คลินิกบอก “uric acid สูงถึง 11.1 ทั้งที่ควรจะอยู่ระหว่าง 3.0-7.0 อันถือว่าปกติ” ‘You have a bad case of gout,’ the doctor in the clinic told me. ’Uric acid at 11.1. The normal rate is between 3.0 and 7.0.’
มิน่าล่ะ ผมจึงปวดข้อปวดเข่าตลอดเวลา เมื่อคราวกินแกงหน่อไม้ใส่ชะอมผมถึงกับต้องคลานเข้าห้องน้ำ มันปวดทรมานจริงๆ No wonder my joints are always hurting. When I eat bamboo shoot soup with climbing wattle, I have to crawl to the bathroom, it’s real torture.
“ครับ…” ผมเชื่อนายแพทย์ ‘Yes sir.’ I believe doctors.
“ควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกยอดผักและสัตว์ปีก” นายแพทย์แนะนำ ‘You should avoid eating yortphak and animals with wings,’ the doctor advised.
“จิ้งหรีด กุดจี่ มดแดง แมงจินูน ผมกินได้ไหมครับ…” ผมทำหน้าเหลอหลาแล้วแกล้งถามนายแพทย์กลั้นเสียงหัวเราะด้วยความรู้สึกขำ ‘Crickets, red ants, dung beetles, scarab beetles, can I eat those,’ I put on a stupid face and asked. The doctor burst out laughing. =
“ไม่รู้สิ ผมไม่เคยกินสักอย่าง…” นายแพทย์ตอบ ผมอดหัวเราะนายแพทย์ไม่ได้เหมือนกัน หน้าตาออกขาวซีดอย่างนั้นคงกินแต่แกงจืดหมูและอาหารของเจ๊กของจีน ‘I don’t know. I’ve never eaten any of those,’ he answered. I couldn’t help laugh- ing either at his suddenly blood-drained face. He probably only ate bland pork porridge and other Chinese fare. =
“ที่สำคัญ…” นายแพทย์ค้างคำพูดไว้แล้วมองหน้าผม ‘The important thing is…’ The doctor paused and stared at me.
“อะไรหรือครับ…” ผมร้อนรนอยากรู้ ‘Yes?’ I pressed out of curiosity.
“คอเลสเตอรอลสูงมาก นั่งๆอยู่ก็มีสิทธิ์หงายหลังตายได้…” นายแพทย์พูด ผมแอบคิดไปว่าถ้าเป็นอย่างนั้นมันก็ดีน่ะสิ ไม่ต้องเจ็บปวดทรมาน ทุรนทุราย ไม่ต้องมีสายอะไรต่อมิอะไรพันร้อยระโยงระยางตามร่างกาย ไม่ต้องมีคนมาเยี่ยม ไม่ต้องมีคนคอยเฝ้าดูแล และไม่เดือดร้อนใครเกินไป เอาแค่ร่วมฌาปนกิจศพทีเดียวจบม้วนเลย ‘Your cholesterol is very high. You might just collapse and die any time,’ the doctor said. I thought to myself that would be great, no pain, no twitching, no need for a thousand tubes dangling off your body, no need for visitors, no need for minders, and not bothering others too much, just having the undertaker deal with the corpse once and that’s it. นั่งๆอยู่ก็มีสิทธิ์หงายหลังตายได้: literally, ‘Even sitting, you might just fall over backwards and die’.
“ครับ…” ‘Yes sir.’
“คอเลสเตอรอลสูงถึง 294 ทั้งที่ควรจะอยู่ระหว่าง 150-280 mg/dl อันถือว่าปกติ ส่วนไตรกลีเซอไรด์สูงถึง 595 ทั้งที่ควรจะอยู่ระหว่าง 50-190 mg/dl อันถือว่าปกติ” นายแพทย์กล่าว ผมนึกถึงคำพูดที่ว่า ถ้าไม่ถึงคราวตาย มันก็ไม่ตายดอก… ‘Cholesterol at 294, when it should normally be between 150 and 280 mg/dl. As for triglyceride, 595 instead of the normal rate of 50 to 190 mg/dl,’ the doctor said. I thought of the saying ‘If it’s not your time to die, you won’t die’.
“ควรงดเหล้า เบียร์ บุหรี่ และอาหารที่มีไขมัน” นายแพทย์จ้องหน้าผมด้วยความห่วงใย ‘You should refrain from alcohol, cig- arettes and fatty foods.’ The doctor stared at me with concern.
“ครับ…” ‘Yes sir…’
= =
บ่ายวันหยุดวันหนึ่ง ขณะตาจ้องอ่านหนังสือแน่วนิ่ง ปากคาบบุหรี่พ่นควันโขมง หูฟังข่าวจากโทรทัศน์และตีนก็กระดิกอยู่เรื่อยๆ มีเด็กหนุ่มเอาซองมาให้ผม ดูซองก็รู้ว่าเป็นซองบอกงานฌาปนกิจศพ On a day off one afternoon, while the eyes read a book without moving, the mouth held a cigarette and released clouds of smoke, the ears listened to the news on TV and the feet kept fidgeting, a young lad brought me an envelope. A glance at it was enough to know it was a death announcement.
“ใครตายวะ…” ผมถามตัวเอง พอเปิดซองและดูการ์ด ผมถึงกับอุทานออกมาว่า “ไอ้โกตาย…” ผมตอบตัวเองและบอกเจ้าชีวิตไปในตัว ‘Who died,’ I asked myself. As soon as I opened the envelope and took out the card, I exclaimed, ‘Ko! Dead!’ answering myself and informing the lady of my life by the same token.
“คนดีๆ อย่างนี้ทำไมตายเร็วจัง พวกเลวๆ ทำไมตายช้านักล่ะ” ฟังแล้วผมอยากชักดิ้นตายตามไอ้โกเสียให้รู้แล้วรู้รอด ‘Why does a good man like him have to die so soon when the bad ones never do?’ Listening to that, I felt like dying on the spot to put the record straight.
“สวรรค์ต้องการคนดี…” ผมพูดไป ‘Heaven needs good people,’ I said.
“แล้วทำไมนรกไม่ต้องการคนเลวบ้างล่ะ” เธอก็พูดมา ‘Then why doesn’t hell need bad ones?’ she said.
“คนเลวเต็มนรกแล้ว จะเอาไปไว้ที่ไหนล่ะจ๊ะ ดูสิ มันฆ่ากันทุกวัน มันโกงบ้านโกงเมืองอยู่ทุกวัน โกงจนไม่มีแผ่นดินจะอยู่ นรกท่านก็รู้ แต่ยังหาที่ให้พวกนี้ไม่ได้ อย่างฉันนี่ต้องรอคิวอีกนาน” ผมทะเล้นตอบพอคลายเครียด ‘Hell is already full of them, where would they put them? Look, they kill each other every day, they cheat and steal every day to the point there’s no place safe. Hell knows that but can’t find room for them, like me who must wait in the queue for ages,’ I answered jokingly to lower the tension.
โกศลเป็นเพื่อนคนหนึ่งในจำนวนเพื่อนที่นับตัวเลขไม่ได้ มันเป็นเพื่อนที่ผมจัดให้อยู่ในประเภทสุภาพบุรุษผู้สุภาพเรียบร้อย นิสัยใจคอสุขุม เยือกเย็น ดำรงชีวิตด้วยเหตุและผล เป็นพ่อบ้านพ่อเรือนที่ดี เมียและลูกน่ารัก ครอบครัวอบอุ่นจนน่าอิจฉา ตำแหน่งหน้าที่การงานก็สูงส่ง Koson was a friend among the innumerable friends I have. He was a friend I had placed in the gentlemen category, polite and proper, circumspect, cool-headed, rational, a good home- owner with a lovely wife and kids, a warm family to be jealous of, and the highest responsibilities at work.
โกศลดูแลสุขภาพยิ่งกว่านายแพทย์และนางพยาบาลเสียอีก รับประทานอาหารครบห้าหมู่ (รวมเป็นหนึ่งตำบล) อาหารสุก สะอาด ไม่แดกอาหารสุกๆ ดิบๆ ประเภทลาบ ก้อย ซอยแซ่ แล้วยังออกกำลังกายวันละอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง และตรวจสุขภาพทุกปี อบายมุขใดๆ ไม่ข้องแวะ เหล้าเบียร์ไม่แตะต้อง บุหรี่ไม่ต้องพูดถึง ใครสูบใกล้ๆ หรือแค่ควักบุหรี่กับไฟแช็กออกมาให้เห็นมันก็ตะเพิดไล่ให้ไปไกลๆ Koson took care of his health even more than doctors and nurses do, ate all five kinds of food (per meal), cooked food, clean food, didn’t eat half-raw food such as larp, koi or soichae, and exercised as well, at least half an hour every day, and had yearly check-ups. Vices he had none, didn’t drink, and as for smoking, anyone smoking near him or just pulling out a cigarette and lighter he’d berate and chase away. Northeastern fare:
“ไอ้พวกสังคมรังเกียจ…” ดูไอ้โกมันพูดเข้าสิ กระเทือนไปถึงซังของผม มันก็จริงนั่นแหละ ผมรู้สึกเหมือนมันพูด แต่ก็ยอมให้สังคมรังเกียจ สูบบุหรี่ในบ้านเมียก็ไล่ สูบในร้านอาหารก็เกรงใจคนอื่น สูบในสถานที่ราชการก็เป็นแบบอย่างไม่ดี เมื่อจะสูบบุหรี่สักมวนต้องทำตัวเป็นอีแอบ หลบมุมสูบไกลๆ ทำตัวลับๆ ล่อๆ เหมือนโจร คนมันติดแล้วอย่างไรก็ต้องยอม การกินเหล้าสูบบุหรี่ไม่ใช่ความต้องการทางกาย มันเป็นความต้องการทางความรู้สึก (โว้ย!) ‘You’re a social reprobate!’ That’s how Ko dared to speak, triggering hate in me. It was true, though. I felt as he said but allowed society to blame me. Smoking in the house your wife wouldn’t have it; smoking in restaurants you deferred to others, sneaked out to smoke in some remote corner secretly like a thief. You were hooked so you had to have it. It wasn’t the body that wanted to drink and smoke, it was a demand from your feelings (damn it!).
“ไอ้ต่าง มึงสูบบุหรี่วันละซอง ซองละ 50-60 บาท คิดดูสิ เดือนหนึ่ง ปีหนึ่ง มึงเผาเงินไปเท่าไร…” ไอ้โกสอนผม “ทั้งเหล้า เบียร์ ทั้งบุหรี่ นอกจากจะเปลืองเงินแล้วยังทำลายสุขภาพอีกด้วย” ‘Tang, you smoke a packet a day, fifty-sixty baht per packet. Think about how much money you burn in a month, in a year,’ Ko would lecture me. ‘Whisky, beer and cigarettes: a waste of money and damage to your health.’
“ใช่ครับ ไอ้คุณโก…” ‘Yes sir, Mr Ko.’
“คนมีสมองอย่างพวกมึงควรมีอายุยืนยาว จะได้ช่วยเหลือประเทศชาติ” ‘People with brains like you should live a long life for the benefit of the nation.’
“ใช่ครับ ไอ้ ฯพณฯ โก…” ผมก็ตอบยียวนมันไปงั้นแหละ เพราะไม่รู้จะไปขุดหาเหตุผลที่ไหนมาเถียงมันได้ ‘Yes sir, Your Excellency,’ I’d answer mockingly like that because I didn’t know where to dig out reasons to argue with him.
ผมกับโกศลคบกันได้ก็เพราะชอบฟุตบอล ชอบอ่านหนังสือ และฟังข่าวเหมือนกัน เมื่อพบกันจึงค่อนข้างออกรส มันชอบสโมสรผีแดง ทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด หากผมชอบสิงโตน้ำเงินครามเชลซี คราวนี้เสื้อแดงปะทะกับเสื้อน้ำเงิน If Koson and I got along it was because we liked soccer, we liked to read books and listen to the news. When we met we were on the same wavelength. He liked the Red Devils club, the Manchester United team. If I liked the indigo-blue Chelsea lions, this time red shirts clashed with blue shirts. ค่อนข้างออกรส = rather tasty, rather stimulating.
แมตช์แห่งความทรงจำระหว่างโกศลกับผมก็คราวที่แมนยูปะทะกับเชลซีในศึกเอฟเอคัพ ผมจิบเบียร์เชียร์บอลอย่างใจเย็นและมีความสุข ถ้าเราไม่เลือกข้างมากมายนัก มันก็ไม่กระวนกระวายอะไรหรอก คนมีสมองมันต้องอยู่เหนือเกมระหว่างฝ่าย พิจารณาเกมให้ถ่องแท้ ถ้าคิดไม่ออก พิจารณาไม่ได้ มันก็จะตายไปกับเกม โกศลออกอาการกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด มันเชียร์ทีมเสื้อแดงอย่างลืมหูลืมตาไม่ขึ้น บางครั้งเชียร์โดยไม่มีเหตุผลด้วยซ้ำไป ประมาณว่าทีมเสื้อแดงคือพ่อมัน คราวใดที่ดิดิเยร์ ดร็อกบา เลี้ยงลูกผ่านกองหลังไปยิงประตูแมนยู มันทำท่าจะขาดใจตายเสียให้ได้ The memorable match between Koson and me was when Manchester U clashed with Chelsea in the FA Cup tournament. I was happy to seep beer and cheer coolly. If we don’t take sides too much, there’s no big fuss. People with brains must be above partisanship and examine the game thoroughly. If you can’t think you can’t do that, and die with the game. Koson showed clear signs of agitation. He cheered the red shirt team indiscriminately, sometimes without any reason to cheer actually, as if the red shirt team was his father. Every time Didier Drogba got the ball past the defence and shot at the Man U goalpost, he almost died holding his breath.
“เบาๆ หน่อยโว้ย ไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนั้นก็ได้” ผมเตือนก่อนจะเดินออกจากหน้าจอไปสูบบุหรี่ข้างนอก ‘Take it easy. You don’t have to be so excited,’ I warned before walking away from the TV screen to go and smoke a cigarette outside.
“มันตื่นเต้นจริงๆ นะโว้ย มึงก็รู้ว่ากูชอบทีมเสื้อแดง” เสียงไอ้โกไล่หลังมา ‘But it’s really exciting! You know how much I like the red shirts,’ Ko’s voice was saying in my back.
= =
ผมทิ้งการ์ดฌาปนกิจศพลงบนโต๊ะ รู้สึกเครียดอยู่บ้างที่ต้องเสียเพื่อนไปอย่างคาดไม่ถึง จึงไปเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์ขวดสุดท้ายออกมาและหยิบบุหรี่อีกตัวหนึ่งออกไปนั่งที่ซุ้มหน้าบ้าน I dropped the funeral card on the table, feeling somewhat tense for losing a friend unexpectedly. So I went to open the fridge, took out the last bottle of beer and lit another cigarette and went to sit in the arbour in front of the house.
เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้รับเชิญจากสาธารณสุขจังหวัดให้ไปร่วมอภิปรายเกี่ยวกับสุขภาพ กินอยู่อย่างไรให้อายุยืน วิทยากรทุกคนขึ้นโต๊ะเก้าอี้แถวหน้า มีคนเข้าฟังนับร้อย Not long ago, I was invited by the provincial health office to take part in a roundtable discussion on health, What to Eat for a Long Life. All the lecturers sat at the row of tables upfront. There were hundreds of listeners.
“ทำไมต้องอายุยืน…” ผมเปิดประเด็นแล้วมองหน้าเพื่อนวิทยากร มองหน้าผู้ฟัง และรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ ‘Why should we live long?’ was my opening gambit and then I looked at my fellow lecturers, looked at the listeners and waited for an answer with trepidation.
“เพื่ออยู่เป็นพลังแผ่นดิน” ผู้ฟังท่านหนึ่งตะโกนตอบจากแถวหลัง ‘To contribute to the nation’s strength,’ a listener shouted from the back row.
“อยู่ให้หนักแผ่นดินหรือเป็นพลังแผ่นดินกันแน่ครับ…” ผมพูดจาตามสไตล์ ‘To the nation’s strength or to the nation’s burden?’ I spoke as I always do. Note the inversion here.
“ผมว่านะครับ คนเก่าคนแก่อย่างพวกเราทั้งหลายนี้ล้วนแต่เป็นผู้มีภูมิปัญญาที่จะช่วยเหลือชาติบ้านเมืองได้ ถ้าตายไปก่อนก็น่าเสียดายนะครับ…” วิทยากรท่านหนึ่งช่วยตอบ ‘I think, sir, that we old people all have knowledge and wisdom to help the nation. If we die prematurely it’s regrettable,’ a lecturer ventured to explain.
“แล้วคนรุ่นใหม่ที่ไล่หลังเรามาติดๆ นี่ พวกเขาไม่มีปัญญาจะช่วยเหลือชาติบ้านเมืองหรือครับ…” ผมย้อนถาม บรรยากาศที่ประชุมเริ่มเครียด ‘What of the younger generations coming up right behind us? Haven’t they got wisdom to help the nation?’ I objected. The atmosphere turned tense.
“ผมอยากให้เราอยู่อย่างมีความสุข อายุสั้นก็สั้นอย่างมีความสุข ถ้าหากอายุยืนก็ยืนอย่างมีความสุข ไม่ใช่อายุยาวแล้วยืนไม่ได้ ทำงานให้มีความสุข นอนให้มีความสุข กินให้มีความสุข ส่วนอายุจะยาวหรือสั้นก็ช่างมัน… อย่าหลงว่าอายุยืนมันดี อายุสั้นมันไม่ดี คิดและพิจารณาให้มันกลางๆ นะครับ” ผมสรุปแล้วก็ก้าวลงจากเวทีอภิปรายไปนั่งกินเบียร์แกล้มไส้กรอกร้านตรงข้ามสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ‘I’d like us to be happy,” I went on. “A short life? So be it, but happy, and if a long life, let it be long but happy, not a long life as bedridden invalids. Work to be happy, rest to be happy, eat to be happy. Whether a short or a long life doesn’t matter. Don’t think that living a long life is a good thing. Think about it in all fairness,’ I concluded and then stepped out of the stage to go and sit drinking beer and munching bits of sausage in the shop across the road from the provincial health office.
= =
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ผมรีบกดรับสาย The telephone rang. I promptly punched the button to take the call.
“ไอ้ต่าง มึงรู้หรือยังว่าไอ้โกมันตาย…” เสียงเพื่อนคนหนึ่งกรอกถามมา ‘Hey, Tang, do you know that Ko is dead,’ a friend’s voice asked me.
“รู้…ว่าแต่ว่าทำไมมันตายล่ะ…” ผมย้อนถาม ‘I know … but not why he died,’ I answered.
“หัวใจวาย แมนยูแพ้บาเยิร์นตกรอบยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก…” นั่นคือคำตอบ ผมสบถอยู่ในใจว่า มันตายไปกับเกมจริงๆ แล้วหลุดปากตะโกนอ้อนวอนเจ้าชีวิตประจำบ้านว่า “แม่ ขอตังค์ซื้อสิงโตคำรามสามขวด…” ‘Heart failure. Man U lost to Bayern. Eliminated from the UFA championship’ was the answer. I cursed to myself. He’d died over a game. Then I opened my mouth and shouted pleadingly to the lady of my life running this house: ‘Mum, give me some money to buy three bottles of beer.’ สิงโตคำราม ([Three] Lions Roar) is the nickname of the England soccer team; too much of a mouthful here to be mentioned as a beer brand name.

‘Rueang Khong Phom Khon Uen Mai Kiao’ in Chor Karrakeit 55, 2011

Fon Fafang
is the pen name
of Weera Sudsang,
a teacher in Sisaket
(Northeastern Thailand)
and a writer of poems,
songs and short stories.
=

Tagged: , , , , , , , ,

5 thoughts on “Mind your own business – Fon Fafang

  1. JoJo 29 June 2012 at 4:46 pm Reply

    In reference to the 7th comment in ‘Translator’s kitchen’ column: ‘iiterally’ would read better as ‘literally’. Cheers!

  2. marcel barang 29 June 2012 at 4:59 pm Reply

    Again! Merci, œil de lynx.

  3. noom 14 July 2012 at 12:52 pm Reply

    good

  4. waterily 16 August 2012 at 12:41 am Reply

    กด like

  5. kulnatda 12 November 2012 at 9:18 pm Reply

    จะมาอ่านอีกนะคะดีมากค่ะ ดิฉันไม่เก่ง อ่านแบบนี้ทุกวันคงจะดีขึ้น ขอบคุณนะคะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: