Ministers – Wisa Khanthap

ooo
For the record: I translated this story, which was published in Thai in 2008, in January 2010 for the Bangkok Post, which gave precedence to other talents until it ran out of space for frivolous literary fiction. Now I learn that the author, whom I don’t know personally but whose name has been familiar to me since I first set foot in Thailand as a reporter nearly forty years ago, has been named assistant to the social development minister. So what better time to present him with this translation and wish him luck among those ‘ministers’ he derided so well only three years ago? MB

รัฐมนตรี

Ministers

วิสา คัญทัพ

Wisa Khanthap

TRANSLATOR’S KITCHEN
มีเรื่องน่าขำอยู่มากมาย เป็นต้นว่า รัฐธรรมนูญกำหนดให้ ส.ส.ต้องจบปริญญาตรีมหาวิทยาลัยบางแห่งจัดให้มีการเรียนระดับปริญญาตรีภาคพิเศษ สามารถเทียบโอนความรู้จากประสบการณ์การทำงานได้ เรียนกันปีสองปีก็จบการศึกษา แต่ค่าหน่วยกิตแพงกว่าการเรียนตามปกติมาก There are plenty of funny stories. For instance, the Constitution stipulates that members of Parliament must hold bachelor’s degrees. Some universities have set up special courses at bachelor’s degree level allowing for transfer of knowledge from their work experience; the course lasts one year or two, but costs much more than normal tuition. .
ไม่มีปัญหา พวกเขาเหล่านั้นมีเงิน การลงทุนทางการศึกษาระดับแสนบาทนับว่าน้อยมาก No problem. These people have money. Investing in education at the hundred-thousand-baht level is nothing much.
มีเรื่องน่าขำกว่านี้อีก นักการเมืองบางคนเห็นว่า การมีดีกรี ดร.นำหน้าเป็นเรื่องที่สร้างความภูมิฐานให้กับตนเอง จึงพากันไปเรียนต่อปริญญาโท ปริญญาเอก จบจากต่างประเทศมาอย่างง่ายดายไม่มีปัญหาแม้ต้องเสียค่าเครื่องบิน บินไปๆ มาๆ เสียค่าใช้จ่ายต่างๆ มากมาย พวกเขาเหล่านั้นมีเงินมีวิธีหาเงิน การลงทุนเพื่อมีคำนำหน้าว่า ด็อกเตอร์ เป็นเรื่องที่คุ้มเกินคุ้มในทรรศนะของพวกเขา What’s funnier is that some politicians consider that “Dr” in front of their names would work wonders for their exalted selves, so they get themselves master’s degrees and doctorates from abroad in a snap. No problem, even though they have to pay for multiple airfares and lots of related expenses. They have money and money-making abilities. Investing to have your name preceded by the title “Doctor” is more than worth it in their view.
เมื่อค่านิยมทางสังคมยอมรับคนมีปริญญาว่าวิเศษกว่าคนอื่นๆ การซื้อขายปริญญาก็เป็นเรื่องปกติไม่มีใครสนใจเบื้องหน้าเบื้องหลังความเป็นมาของปริญญา และไม่มีใครสนใจความรู้หรือปัญญาอันแท้จริง คนรวย คนมีเงินเท่านั้นคือผู้ประสบความสำเร็จในชีวิต และคนเหล่านี้คือคนเก่ง คนดี ของสังคมในยุคปัจจุบัน When social values have it that degree-holders are superior, trading in degrees is normal. Nobody wonders how degrees are obtained and nobody questions the knowledge or wisdom of degree-holders. Only the rich, the moneyed, achieve success in life and these people are smart people, good people in this time and age.
เรื่องที่ขำไม่ออกก็คือ นักการเมืองพวกนี้เชื่อว่าหากเขาเป็น ส.ส.ติดต่อกันสักสองสามสมัย เขาก็พร้อมเป็นรัฐมนตรีได้และสามารถบริหารจัดการได้ทุกกระทรวง ดังมีตัวอย่างให้เห็นว่า หลายคนเป็นรัฐมนตรีมาแล้วหลายกระทรวง วนเวียนหน้าเก่าซ้ำซากอยู่เท่านี้ เหมือนกับว่าประเทศไทยมีคนเหมาะสมที่จะเป็นรัฐมนตรีบริหารชาติบ้านเมืองได้ไม่กี่ร้อยคน What is no laughing matter is that those politicians believe that if they are MPs a couple of times they are ready to be ministers in any ministry, and the same old faces keep revolving as if Thailand had only a few hundred people worthy of being ministers to run the nation.
รัฐมนตรีใช่ว่าใครนึกอยากเป็นแล้วจะได้เป็นกันง่ายๆ นักการเมืองบางคนเป็น ส.ส.มาหลายสมัยก็ไม่ได้เป็น แต่บางคนเป็น ส.ส.สมัยแรกได้เป็นรัฐมนตรีเลยก็มี วนเวียนเป็นรัฐมนตรีอยู่อย่างนี้ บางคนทั้งชีวิตมีโอกาสครั้งเดียว ต้องถือว่าคนที่ได้เป็นมีบุญพาวาสนาส่ง แข่งเรือแข่งพาย แข่งได้ แข่งบุญแข่งวาสนาไม่ได้ โบราณว่าไว้ว่า เป็นสัจจะโดยแท้ It isn’t that becoming a minister whenever you feel like it is easy. Some politicians are MPs many times over but never make it as ministers, while some first-time MPs do become ministers and keep revolving from one ministry to another. Some have only one chance in a lifetime. It must be held that those who do enjoy good fortune from past merit. You can vie for victory in a boat race but you cannot vie for past merit, the ancients used to say: true wisdom indeed.
ดังนั้น การที่ไอ้ทุย คุณทุย ท่านทุย ได้เป็นรัฐมนตรีมาแล้วห้าครั้งห้าหน จึงถือว่าเป็นเรื่องบุญพาวาสนาส่ง มิบังควรที่ใครจะคิดไปประชันขันแข่งกับไอ้ทุย เอ๊ย ท่านทุย So it is that Ai Thui, Khun Thui, Tharn Thui* has been a minister five times as a matter of meritorious good fortune. It is not appropriate for anyone to compete with Ai Thui, uh, Tharn Thui. * Ai: derogative or affectionate designation, in low-class speech; Khun = Mr; Tharn = His Excellency. Thui (ทุย): water buffalo.
อันที่จริงจะว่าไปแล้ว กว่าท่านทุยจะก้าวมาถึงขั้นนี้ได้ ท่านทุยมีความอดทนสูงยิ่ง เพียรพยายามสมัคร ส.ส.หลายครั้งหลายหนแต่สอบตกร่ำไป เพื่อนฝูงดูถูกเหยียดหยาม หัวเราะเยาะเย้ย สารพัดพูดจาถากถางให้เจ็บให้อาย ท่านทุยคิดได้ว่า ขืนสู้ต่อไปในพื้นที่เดิมคงไม่มีโอกาสได้เกิด จึงเปลี่ยนพื้นที่ไปหาจังหวัดทางภาคอีสานลงสมัคร เลือกหาจังหวัดที่จ่ายต่อหัวถูกเงินสุด ที่สำคัญต้องเป็นเขตเลือกตั้งขนาดเล็กที่มีประชากรจำนวนน้อยที่สุด มีคู่แข่งอ่อนที่สุด และต้องได้ลงสมัครกับ ส.ส.เก่าที่มีฐานคะแนนเสียงดี พร้อมเตรียมเสบียงเงินเต็มที่ คราวนี้ท่านทุยประสบความสำเร็จได้เป็น ส.ส.สมใจ Actually, all things considered, before Tharn Thui reached that position, he had to put up with a lot, standing for elections many times only to fail repeatedly. His friends looked down on him, laughed and jibed at him, hurting him, shaming him. Tharn Thui thought that if he kept fighting on the same grounds it would lead him nowhere, so he moved his battle- ground to the Northeast, choosing a province where the cost per head was the lowest and, most important, a constituency with the fewest voters and the weakest opponents, and he teamed up with the sitting MP who enjoyed a comfortable majority, along with a full war chest. This time Tharn Thui succeeded and became MP as was his wish.
เมื่อเส้นทางเดินเปิด ท่านทุยผู้มีความสามารถเฉพาะตัว อันยากที่ใครจะเลียนแบบในเรื่องของการแสวงผลประโยชน์ ความคล่องแคล่วว่องไวในการประสานประโยชน์สารพัดตามแนวถนัด ไม่นานท่านทุยก็มีชื่อติดอยู่ในแถวหน้าของนักการเมืองอาชีพ ก้าวขึ้นเป็นรัฐมนตรีครั้งแรกในเวลาไม่นานนัก Once the way was open, Tharn Thui, with his personal abilities, his hard-to-emulate flair for graft and expertise in giggling accounts safely, before long was held to be in the forefront of professional politicians and soon became a minister.
ท่านทุย แม้ไม่เคยทำมาค้าขายอะไรจนประสบความสำเร็จในชีวิต แต่ท่านทุยก็ได้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ สามารถบริหารจัดการกระทรวงพาณิชย์ กำกับดูแลการค้าขายของคนไทยทั้งประเทศได้เป็นอย่างดี รัฐมนตรีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงนโยบายตลอดจนโครงการและภารกิจต่างๆ อย่างผู้มีความเข้าใจรอบรู้ สรุปได้ว่าท่านทุยเรียนรู้บทบาทหน้าที่การเป็นรัฐมนตรีได้อย่างรวดเร็ว เวลาผ่านไปหนึ่งปีเศษ นายกรัฐมนตรีปรับคณะรัฐมนตรี ท่านทุยเป็นรัฐมนตรีที่มีผลงาน ถูกย้ายให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ทันทีที่เข้ารับตำแหน่ง ท่านทุยก็ออกมาแถลงนโยบายของกระทรวง วางแนวทางการทำงานต่างๆ ดูน่าเชื่อถือ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย ท่านทุยเป็นรัฐมนตรีมาแล้วทั้งนั้น กระทั่งตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ท่านทุยผ่านมาหมด Even though he had never in his life traded successfully, Tharn Thui be- came deputy commerce minister, ably running the ministry and supervising the trading of Thai people in the entire country. He gave interviews to the mass media about policy and various programmes and activities as a man with comprehensive knowledge. In other words, he learned the role and duties of a minister rapidly. One year later, the prime minister reshuffled the council of ministers. As an industrious minister, Tharn Thui was named Industry minister. As soon as he took up his function, he proclaimed the policy of the ministry, defining its orientations impressively. Commu- nications minister, Interior minister Tharn Thui has been as well, and even deputy premier. o

o

o

o

o

o

o

o

A play on words gained in translation.

เรื่องที่น่าขำก็คือ ก่อนเป็นนักการเมืองไม่เห็นมีเงินมีทองอะไร แต่พอเป็นรัฐมนตรีประกาศทรัพย์สินออกมา มีตัวเลขทั้งทรัพย์สินและหนี้สินร่วมร้อยล้าน ยิ่งเป็นรัฐมนตรีนานทรัพย์ศฤงคารยิ่งงอกงามเบ่งบานอย่างชนิดที่คนธรรมดาชาติหนึ่งยากจะหาได้ อย่าไปสงสัยหรืออย่าได้อิจฉานักการเมืองอาชีพอย่างท่านเลย ตอนนี้ใครก็ชมว่าท่านเก่ง ไม่แน่จริงเป็นรัฐมนตรีไม่ได้ทุกสมัย พ่อค้านักธุรกิจ เศรษฐีร้อยล้านพันล้านอยู่ล้อมรอบกาย The funny thing is that, before, as a politician, he apparently had no money, but as soon as he was a minister and declared his wealth, his assets and liabilities amounted to one hundred million baht. The longer he has been a minister, the more his holdings have burgeoned in a way ordinary people couldn’t match in a lifetime. Don’t be suspicious or jealous of professional politicians like him. Now everybody admires him as a smart man. If he wasn’t he wouldn’t have been a minister time after time, surrounded by traders, businessmen and other billionaires.
ไม่มีใครทราบว่าขณะนี้ท่านทุยกำลังมองหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยความเชื่อเฉพาะส่วนตัวของท่านซึ่งสั่งสมความจัดเจนการคลุกคลีกับการเมืองเมืองไทย มาตั้งแต่สมัยเป็นผู้นำนักศึกษายุคต้านเผด็จการ ท่านทุยรู้จักอำนาจดี ยิ่งเป็นอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดกับคนคนเดียว เทอมสูงสุดไม่เกินสิบสองปีทว่าแปดปีนี่ก็เต็มที่ หลังแปดปีนี้ความเปลี่ยนแปลงอื่นๆ อาจเกิดขึ้นได้ง่าย คนจะหาทางเลือกใหม่ๆ เอง หาตัวแปรใหม่ๆ มาเปรียบเทียบ ท่านทุยรู้ลุ่มลึกถึงความเปราะบางในความแข็งแกร่งดี ท่านจึงเริ่มมองหาผู้นำทางการเมืองคนใหม่ๆ อย่างเงียบๆ เพียงลำพังคนเดียว Nobody knows that now Tharn Thui is looking for a new prime minister. In his personal opinion informed on close association with Thai politics since he was a student leader opposing the military dictatorship of the time, Tharn Thui knows power well, especially absolute power vested in one man whose term can last at most twelve years but eight years should be plenty. After eight years changes happen easily, people will look for new choices, for new variables to make comparisons. Tharn Thui knows in depth the fragility of the strong, so he is starting to look for a new political leader quietly by himself.
นักธุรกิจหนุ่มใหม่ เศรษฐีใหม่ซึ่งมีภาพพจน์ทางสังคมดีเยี่ยมคนหนึ่งกำลังถูกท่านทุยหมายปองในใจโดยไม่รู้ตัว ท่านทุยใช้อำนาจรัฐเอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือดูแลเขาเป็นพิเศษ ทำให้ธุรกิจเขาแข็งแกร่งขึ้น ภายใต้การชี้นำอย่างชาญฉลาดว่าด้วยเรื่องการช่วยเหลือจากภาครัฐ มีการนัดดื่มไวน์ขวดเรือนหมื่น เพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในหลายค่ำคืนที่ทั้งสองฝ่ายสะดวก ให้ดอกไม้แห่งมิตรภาพเบ่งบานไปเรื่อยๆ ยังไม่ถึงเวลาที่ท่านทุยจะชักชวนเขาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง เพียงแต่เกริ่นชื่นชมความสามารถและวิสัยทัศน์ของนักธุรกิจหนุ่มใหญ่ ขอความรู้ตลอดจนคำแนะนำต่างๆ ไปใช้ประโยชน์ในการบริหารชาติบ้านเมือง A young newly rich businessman with an excellent social image is being targeted by Tharn Thui unknowingly. Tharn Thui uses state power to favour him and nurture him in a special way, firming up his business under the clever guidance of state help. There are tastings of ten-thousand-baht bottles of wine to tighten the relationship on the many nights that are convenient to both sides, so that the flower of friendship may blossom continuously. It isn’t time yet for Tharn Thui to press him to get involved in politics, merely to admire the ability and vision of the young tycoon and ask for knowledge and suggestions from him to put them to use in the running of the nation.
แต่นักการเมืองรุ่นน้องท่านทุยอีกหลายคนไม่คิดเช่นนั้น ท่านทึ่มอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวงผู้เพิ่งย้ายพรรคมาร่วมกับพรรครัฐบาลและปัจจุบันเป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลชุดนี้คาดหวังลึกๆ ว่า เขาก็มีโอกาสเป็นผู้นำในรุ่นต่อไปเช่นกัน ท่านทึ่มเกิดในชาติตระกูลมหาเศรษฐี พ่อเป็นเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างรับงานทำถนนหนทางต่างๆ มาแต่สมัยผู้นำกองทัพยังเรืองอำนาจยุคเผด็จการ ต่อเนื่องถึงช่วงประชาธิปไตยใต้อำนาจทหาร ท่านทึ่มลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรกไม่ได้ลงในจังหวัดบ้านเกิดของตนเองแต่ลงในจังหวัดที่พ่อไปสร้างถนนหนทางไว้มากมาย ได้รับการชักชวนจากหัวหน้าพรรคที่เป็นอดีตผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการทหารสูงสุด ศึกช้างชนช้างเกิดขึ้นในจังหวัดด่านของภาคอีสานทุ่มเงินเททองชนิดเปิดน้ำก๊อกแข่งกัน But many other politicians junior to Tharn Thui do not think like that. Tharn Thuem*, a former serial minister who has just defected to the government party and currently sits in the council of ministers, is nursing the hope of making it as the next leader. Tharn Thuem was born in a mega-rich family. His father’s construction company has been building roads ever since the golden age of military dictatorship to the current era of democracy under military brawn. When he first stood for election, Tharn Thuem didn’t stand in his native province but in a province where his father had built many roads, at the invitation of a party leader who was a former army commander and former supreme commander. An elephant war ensued in that province at the threshold of the Northeast, with money gushing forth like water from a tap. * Thuem: blockhead.Serial minister: another gain in translation.
อีกฝ่ายหนึ่งเป็นถึงหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่ อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย นายทหารใหญ่ยศพลเอกเช่นกันในฐานะ ส.ส.เจ้าของพื้นที่ตลอกาล เนื่องจากเป็นการเลือกแบบแบ่งเขตเรียงรวมเบอร์ จึงไม่มีใครสอบตกแต่ท่านทึ่มสำแดงฤทธิ์เดชว่าร้ายแรงขนาดไหนให้เห็น โดยชนะคะแนน นำมาเป็นอันดับหนึ่ง พรรคของท่านทึ่มเป็นฝ่ายค้าน คู่แข่งผู้เป็นหัวหน้าพรรคได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลและเป็นนายกรัฐมนตรี ต่อมาเมื่อมีการปรับคณะรัฐมนตรี ด้วยสายตายาวไกล เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม และเพื่อดึงกลุ่มทุนรุ่นใหม่เข้าพรรคในอนาคต นายกฯ จึงเชิญพรรคของท่านทึ่มเข้าร่วมรัฐบาล และท่านทึ่มได้เป็นรัฐมนตรี เป็น ส.ส.สมัยแรกก็ได้เป็นรัฐมนตรีเลย เส้นทางการเมืองของคนมีเงินอย่างท่านทึ่มดูจะสวยงามเพียบพร้อมกว่าท่านทุย His opponent was the leader of a large political party, a former minister of many eras and a general too and perennial local MP. As it was a multiple-MP-constituency type of election, there was no loser, but Tharn Thuem showed his mettle by scoring the most votes. His party was in the opposition; his opponent, the party leader, formed the government and became prime minister. Later when there was a cabinet reshuffle, to nip trouble in the bud and attract new capital to the party in the future, the far-sighted prime minister invited Tharn Thuem’s party to join the government and Tharn Thuem became a minister – a first-time MP did become a minister. The political road of moneyed people such as Tharn Thuem is better paved than Tharn Thui’s is.
อย่างไรก็ตาม คนพวกนี้เกิดมาเพื่อเป็นรัฐมนตรีของประเทศแบบนี้ For all that, these people are born to be ministers in a country of this kind.
ท่านทึ่มเป็นรัฐมนตรีมาหลายสมัยหลายกระทรวง แต่ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีก็ผ่านมาแล้วเช่นกัน ดังนั้นจึงไม่แปลกอันใด หากท่านทึ่มจะแอบมีความคาดหวังถึงอนาคตในอีกแปดปีข้างหน้าโดยไม่จำเป็นต้องมองหาใครเหมือนท่านทุย เพราะเขามีทุกอย่างรวมอยู่ในตัวตนพร้อมหมดแล้ว และเขาก็คิดเหมือนกันว่า เวลาของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันผู้ได้รับความนิยมจากประชาชนสูงยิ่งขณะนี้ ไม่น่าจะเกินสิบสองปีเช่นกัน Over the years, Tharn Thuem has run many ministries. He too has been a deputy prime minister, so that there is nothing strange in his nurturing secret hopes for the future, eight years from now, without having to look for someone else like Tharn Thui has to, because he already has everything going for him and he thinks as well that the mandate of the current prime minister who is most popular right now should not last twelve years.
นักการเมืองอายุห้าสิบอย่างเขา ถึงเวลานั้นก็แค่ห้าสิบแปดปี ยังหนุ่มพอที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้สบาย A fifty-year-old politician like him by then will only be fifty-eight, young enough to be prime minister comfortably.
ท่านรัฐมนตรีตะวันก็เป็นเศรษฐีตัวจริงอีกคนหนึ่งที่อยู่ในวัยห้าสิบกว่าๆ เข้ามาทำงานการเมืองแบบก้าวกระโดดเช่นกัน ที่สำคัญรั้งตำแหน่งสำคัญในพรรคเป็นถึงเลขาธิการพรรค เป็นรัฐมนตรีผูกขาดที่ใครก็โยกคลอนได้ยาก แต่น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน แม้ท่านตะวันจะใฝ่ฝันก้าวไกลไว้แค่ไหนหรือไม่ก็ตาม อุปสรรคของท่านตะวันก็ดูจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ระยะหลังท่านอยู่ในกระแสต่ำ ดวงไม่ถึงจะแข่งบุญแข่งวาสนากับท่านทึ่มไหวหรือไม่ยังไม่รู้ ท่านตะวันมีความเห็นว่า แค่นี้ก็มีคนพร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรีเยอะแล้ว ท่านทึ่มจะไปหาคนนอกมาอีกทำไม Minister Tawan is another true tycoon in his fifties. He too has jumped into political work and, most important, holds the paramount post of party secretary. He is a serial minister hard to destabilise. But a sustained drop of water can split stone over time. No matter how far Tharn Tawan’s dreams will take him, his troubles seem to be steadily on the rise. Lately he has been in the minority. Whether or not he will be able to compete with Tharn Thuem’s meritorious good fortune is not known. Tharn Tawan is of the opinion that there are already enough people ready to be prime minister, so why should Tharn Thuem look for an outsider?
พูดถึงยุคนายทุนเป็นเจ้าของอำนาจรัฐ โดยผ่านระบบซื้อขายสัมปทานสี่ปีจากประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยทุกวันนี้ ยังมีพวกเราอีกคนหนึ่งคือไอ้ก้าว เอ๊ยท่านก้าว รัฐมนตรีหนุ่มผู้มีชีวิตผูกพันอยู่กับไก่ไม่รู้ว่าท่านเกิดปีระกาด้วยหรือเปล่า ท่านก้าวในอดีตเคยหิ้วกระเป๋าให้อาจารย์ขาประจำ คนที่ชอบออกจากห้องสมุดมาวิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรีนี่แหละ ท่านก้าว ก้าวไปได้ดิบได้ดี อย่างโบราณว่าหนูตกถังข้าวสาร ทว่าหนูอย่างท่านก้าวส่อแววมาตั้งแต่หิ้วกระเป๋าให้อาจารย์ขาประจำแล้ว เพราะท่านเป็นหนูที่ขยันขันแข็ง คล่องแคล่วว่องไว เอาการเอางาน เวลานั้นแม้ยังยากไร้ แต่รสนิยมท่านส่อแววใฝ่สูงเสมอมา ชอบรถเบนซ์เป็นชีวิตจิตใจ ท่านใช้รถเบนซ์เก่าๆ เช็ดล้างทำความสะอาดดูแลรถอย่างดี และพูดถึงคุณภาพรถเบนซ์ว่าเยี่ยมยอดอย่างไรให้พวกเราฟังเสมอๆ วันนี้ท่านก้าวเป็นรัฐมนตรีสายนายทุนใหญ่ เข้าสู่แวดวงการเมืองทางลัด มาแรงแซงทุกโค้ง เหยียบคันเร่งรุนแรง อาศัยกำลังส่งดีผงาดจากรัฐมนตรีช่วยสู่รัฐมนตรีว่าการชนิดสื่อมวลชนคาดไม่ถึง หลักการกลับมาเป็นรัฐบาลครั้งที่สองอีกสี่ปี ท่านก้าวยังคงเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ เหมือนเดิม Talking about the era of capitalists as owners of state power through the current democratic system of pur- chasing four-year franchises from the people, there is another one of us, and that is Ai Kao, uh, Tharn Kao, a young minister whose life is involved with chickens, whether or not he was born in the Year of the Rooster. Tharn Kao in the past was always carrying the teacher’s briefcase as a regular disciple. It is always the bookish ones that criticise the prime minister. Tharn Kao prospered like a rat fallen into the rice bin, as the ancients used to say, but a rat like Tharn Kao had shown early signs even when he carried the teacher’s briefcase, because he was an industrious rat, an active, earnest rodent. At the time, although under- privileged, his taste was always lofty. He had a passion for Mercedes Benzes, drove an old Benz, wiped, washed, cleaned and took good care of it, and was always telling us of the outstanding merits of Mercedes Benzes. Now Tharn Kao is a tycoon minister. He has taken a shortcut into political circles, hugging every bend, driving at full speed, making it to prominence from deputy minister to minister in a way that has left the mass media agape. Now that the govern- ment has been returned to power for another four years, Tharn Kao is a minister yet again.
“อ้าว นี่มันไอ้ก้าวนี่หว่า” พวกเราบางคนร้องขึ้นด้วยเสียงอันดังหลังจากจ้องดูหน้ารัฐมนตรีในหนังสือพิมพ์แล้วเพิ่งจำได้ โปรดอย่าเข้าใจผิด เพราะมิได้เรียกโดยไม่คารวะ หากแต่โพล่งหลุดออกมาประสาคนเคยสนิทสนมกันมาก่อน ไม่รู้ว่าท่านก้าวเห็นด้วยกับการตระเตรียมนายกรัฐมนตรีคนใหม่จากคนนอกหรือไม่ “Hey, but that’s Ai Kao!” some of us shout when they see the ministers’ mug shots in the newspaper and recognise him. Please don’t misun- derstand: we do not call him so out of a lack of respect, but this is how those who knew him well in the past can’t help but speak. We do not know whether Tharn Kao agrees with making ready for an outside prime minister or not.
แข่งเรือแข่งพายแข่งกันได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนา อย่าแข่ง คนพวกนี้เกิดมาเป็นรัฐมนตรีของประเทศแบบนี้ You can vie for victory in a boat race but you cannot vie for past merit. These people were born to be ministers in a country of this kind.
อย่างไรก็ตามรัฐบาลนี้ประกาศจะปราบคอร์รัปชันให้ราบคาบ แต่ถึงวันนี้ก็ยังทำไม่ได้ ที่สำคัญนายกรัฐมนตรีเครียดหนักวอนขอความเห็นใจจากประชาชน พูดดุดันว่ามันเป็นสันดานแก้ไขยาก ต้องขอเวลาบ้าง ท่านจะจัดการอย่างไรกับรัฐมนตรีของท่านเป็นเรื่องที่ต้องติดตามดูกันต่อไป หากจัดการไม่ได้เป็นปัญหาแน่ เพราะเมื่อฝ่ายค้านในสภาก็คงต้องออกมาเคลื่อนไหว หลายคนมองว่าถ้านายกฯ วางมือ เรือก็ล่ม สิ้นสุดแปดปีไปแล้ว หากกระแสตกต่ำ นายกฯ อาจต้องถอยและผลักดันบางคนให้ออกมารับหน้าเสื่อแทน In any case, the government has proclaimed that it will suppress corruption entirely, but up to now has been unable to. The important thing is that the prime minister is very much under stress, appealing for under- standing from the people, bawling out that it is a hard-to-redress baser instinct and he must ask for time. How he will deal with his ministers is something that must be watched. If he cannot manage, it will be a problem for sure, because when the parliamentary opposition gets into action, many believe that if the prime minister gives up, the boat will sink. At the end of eight years, if things are on the downturn, the prime minister might have to retreat and push someone forward to take the rap instead.
รูปการณ์นี้จะทำให้ขุมข่ายกำลังของตนยืดระยะยาวต่อไปได้อีก ทว่าคนนั้นจะเป็นใครเป็นที่ยอมรับและแข็งแกร่งเพียงพอหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง This might extend his power for some time, but who that person would be, and whether popular and tough enough, that is something else.
ที่กล่าวมานี้ไม่ใช่แต่พวก “เกิดมาเป็นรัฐมนตรี” จะครุ่นคิดวิเคราะห์อย่างรอบคอบแต่ฝ่ายเดียว หากแต่นักการเมืองระดับเขี้ยวทั่วไปก็เกาะติดสถานการณ์เหล่านี้อย่างใกล้ชิดเช่นกัน It is not just those who are “born to be ministers” who ponder on these topics in private; run-of-the-mill politi- cians follow the situation closely as well.
= =
บทสรุปท้ายเรื่อง Conclusion to the story
“เฮ้ย…ไอ้สามคนนี้ มันเสนาบดีนี่หว่า เสนาบดีในอนาคต” หลวงพี่ในผ้าเหลืองผู้นิยมปั้นศิวลึงค์ไว้ในวัด ทักโพล่งขึ้นอย่างไม่รู้ว่ามันจะเป็นจริงในอีกยี่สิบกว่าปีต่อมา เวลานั้นเด็กหนุ่มสามคนนี้ยังหน้าดำคร่ำเครียด อดๆ อยากๆ ขโมยไฟแช็คดูปองต์ของเพื่อนไปจำนำหาเงินซื้อข้าวกินอยู่ หลวงพี่ผู้นั้นชื่อ “ส้วน” ก่อนบวชร่ำลือว่า เป็นนักเลงหัวไม้ เป็นเซียนพนันตัวยง ชอบตั้งไข่ เอาไข่มาตั้งไว้โดยไม่ให้ล้ม พนันกินเงินคนมานักต่อนัก ไปกันหกเจ็ดคนถูกทักว่าจะได้เป็นรัฐมนตรีสามคน หนึ่งในสามมีไอ้ทุย เอ๊ย ท่านทุยรวมอยู่ด้วย ที่เหลือก็เป็นจริงดังว่า หลวงพี่ทักถูกหมดได้เป็นรัฐมนตรีกันทั้งสามคน หลวงพี่ส้วนรู้ได้ยังไง ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ทุกวันนี้หลวงพี่ส้วนเสียชีวิตไปแล้ว ไม่มีโอกาสได้รู้เห็นสิ่งที่แกทำนาย “Hey … You three will be ministers, ministers in the future,” the elder monk who made lingams in the monastery proclaimed heedlessly without knowing that it would be true more than twenty years later. At the time the three young men were still swarthy and starving and meant to steal their friend’s Dupont lighter to pawn it and buy something to eat. The monk’s name was Suan. He was rumoured to have been a hoodlum before he was ordained, a popular gambling wizard who liked to make eggs stand still on their own and cleaned up quite a few fellow gamblers in the process. Six or seven of us had gone there and he picked out three, and Ai Thui, uh, Tharn Thui was one of them. And for the other two it became true as well. Reverend Suan was absolutely right: all three of them became ministers. How did he know? If you don’t believe, don’t denigrate.* Reverend Suan is now dead and never had the opportunity to witness what he had predicted. =

x

=

x

=

x

=

x

=

x

=

x

=

x

* Set phrase (often used by con men).

=
หมายเหตุ : ผู้เขียนเรื่องนี้ก็อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนั้นด้วย แต่ถูกหลวงพี่ส้วนทักว่า “มึงมันซีเรียส” เรื่องนี้แม้ผู้เขียนพยายามเขียนให้ขำโดยคำขึ้นต้นว่า “มีเรื่องน่าขำอยู่มากมาย” แต่มันก็ดันซีเรียสจนได้ จริงดังหลวงพี่ว่า PS: The author of this story was there at the time, but was told by Reverend Suan, “You, you’re too serious”. This story, even though the writer tried to make it fun by starting it with “There are plenty of funny stories”, has managed to turn serious, as Reverend Suan said. The use of the English word ‘serious’ in Thai is emphatic and dismissive in the context; hence, the addition of ‘too’.
= =
“Ratthamontree” in Chor Karrakeit 46, 2008
Wisa Khanthap, 58, is a writer, poet and lyric writer as well as a radio and television personality who has been active in radical politics since 1973 when his eviction from university led to the October 1973 overthrow of the military regime of the time. .

Tagged: , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: